
ทิสโก้เผยกำไรไตรมาส 3 เพิ่ม 9.8%
กลุ่มทิสโก้ เผยผลประกอบการไตรมาส 3 กำไรยังเพิ่ม 9.8% หลังจัดการต้นทุนได้ดีและรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม แม้สินเชื่อรวมจะหดตัว 2%
กลุ่มทิสโก้ เผยผลประกอบการไตรมาส 3 กำไรยังเพิ่ม 9.8% หลังจัดการต้นทุนได้ดีและรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม แม้สินเชื่อรวมจะหดตัว 2%
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2557 มีกำไรสุทธิ 1,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 3.2% จากต้นทุนเงินฝากที่ปรับลดลง และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 5.6%
สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น มาจากการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุน ตามภาวะตลาดทุนที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการรับรู้กำไรจากเงินลงทุนในตลาดตราสารหนี้ตามภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย
นอกจากนี้ การตั้งสำรองหนี้สูญลดลง 5.8% จากภาวะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่เริ่มทรงตัวและสามารถบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิปรับลดลง 3.8% ตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว
สำหรับเงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2557 มีจำนวน 274,779 ล้านบาท ลดลง 2.0% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามภาวะตลาดยานยนต์ที่ยังคงอ่อนตัวส่งผลให้สินเชื่อเช่าซื้อปรับลดลงตามยอดขายรถยนต์ รวมถึงการปรับตัวลดลงของสินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์
อย่างไรก็ดี สินเชื่ออเนกประสงค์เริ่มปรับตัวดีขึ้นตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้จะมีผลกระทบจากหนี้สินภาครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ในขณะที่กลุ่มสินเชื่อธุรกิจขยายตัว 0.6% ตามภาวะการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มปรับตัวในทางบวก ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เริ่มทรงตัว โดยมีอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวมอยู่ที่ 2.35%
ส่วนอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์ (BIS Ratio) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16.2% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 12.2% และ 4.1% ตามลำดับ
นางอรนุช กล่าวว่า ธนาคารยังสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นมาจากการเน้นบริหารธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังที่ฟื้นตัวดีขึ้น ส่งผลให้การบริโภคในประเทศกลับมาขยายตัว และเชื่อว่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ทั้งการบริโภคในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มฟื้นตัว
ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ประมาณการว่า จีดีพี ปี 2557 จะขยายตัวที่ 1.5% และปรับเพิ่มเป็น 5.3% ในปี 2558 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเมื่อร่วมกับนโยบายการบริหารธุรกิจที่รอบคอบ และการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ของทิสโก้ จะทำให้ภาพรวมการดำเนินธุรกิจของทิสโก้เติบโตได้ดีในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ไปจนถึงปี 2558







