
"อุ๋ย"อัดฉีดสินเชื่อผู้ซื้อยางเสริมสภาพคล่อง
รองนายกฯเตรียมดันอีก 1 มาตรการแก้ยางพารา ดีเดย์ 16 ต.ค.นี้ เพิ่มอัดฉีดสินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้ซื้อยาง
รองนายกฯเตรียมดันอีก 1 มาตรการแก้ยางพารา ดีเดย์ 16 ต.ค.นี้ เพิ่มอัดฉีดสินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้ซื้อยาง
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. แหล่งข่าวที่ประชุมแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพารา ที่มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธานการประชุม เปิดเผยว่าในที่ประชุมเตรียมนำเสนออีก 1 มาตรการในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ จากเดิมมี 3 มาตรการ คือ มาตรการช่วยเหลือสภาพคล่องทางการเงินแก่ผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มรับซื้อยางพาราเพื่อเป็นการเพิ่มกำลังซื้อยางพาราให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งขณะนี้ขอไม่เปิดเผยตัวเลขวงเงินสินเชื่อ
ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ปัญหาและทิศทางราคายางพารา พบว่าจากการเปรียบเทียบสถิติในช่วงหลายๆรัฐบาลที่ผ่านมา พบว่าตัวเลขความต้องการใช้ยางพาราทั่วโลกยังคงมีอยู่ และการใช้ยางพาราก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณการผลิตยางพารายังคงนิ่ง จึงมีความมั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวที่จะออกมา ในวันที่ 16 ต.ค.นี้จะสามารถดันราคายางพาราให้สูงขึ้นได้
"ผลจากการประชุมรัฐมนตรียางพาราที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยมีผู้ส่งออกเข้าร่วม และมีตัวแทนจากประเทศเวียดนามและกัมพูชา เข้าร่วมด้วย รัฐมนตรียางทุกประเทศ เหมือนกัน คือ กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะสับสนว่าปริมาณการใช้ยางเพิ่มขึ้น แต่ราคากลับไม่ขยับขึ้น ซึ่งก่อนปีใหม่ 2558 รัฐมนตรียางพาราจะมีการหารือกันอีกตอนนี้อยู่ในช่วงของการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทตัวเอง เพราะประเด็นปัญหาขณะนี้คือ การบริหารจัดการปริมาณผลผลิตยางพารา ไม่ใช่ปัญหาความต้องการแต่อย่างใด" แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวกล่าวว่าสำหรับประเทศไทยเตรียมจัดทำแผนในการบริหารจัดการปริมาณผลผลิตยางภายในประเทศ ด้วยการเตรียมจัดทำแผนธุรกิจการบริหารจัดการผลผลิตภายในและส่งออก ซึ่งปัจจุบัน 14% ผลิตและใช้ภายภายในประเทศ และส่งออก 86% โดยจะมีการจัดทำบัญชีดุลการผลิตและการใช้ยางพารา โดยจะมีการบันทึกปริมาณการผลิตตั้งแต่ต้นปี จนถึงปลายปีว่าแต่ละเดือนผลิตได้เท่าไร และ จะมีการใช้ทั้งภายในประเทศ หรือ ส่งออกเป็นจำนวนเท่าไร เพื่อนำมาสู่การวางมาตรการผลักดันผลผลิตและราคายางพารา
อย่างไรก็ตามแผนธุรกิจยางพารา ดังกล่าว จะประกาศออกมาได้ต้องรออีก 2-3 เดือน เพื่อประเมินผลมาตรการดังกล่าวและสถานการณ์ที่อาจจะเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งมั่นใจว่าหากแผนธุรกิจยางพาราดังกล่าวออกใช้ จะสามารถผลักดันการใช้ยางพาราภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้นอย่างน้อย ประมาณ 30%







