posttoday
ขายหุ้นกู้6แสนล้าน

ขายหุ้นกู้6แสนล้าน

13 ตุลาคม 2557

สมาคมคาดทั้งปีเอกชนแห่ระดมทุนเพียบตลาดรับมือต่างชาติขนเงินออกสบาย

สมาคมคาดทั้งปีเอกชนแห่ระดมทุนเพียบตลาดรับมือต่างชาติขนเงินออกสบาย

หุ้นกู้ฮอต 9 เดือนเอกชนระดมแล้ว 4.38 แสนล้าน คาดทั้งปี 6 แสนล้าน บริษัทใหญ่จ่อขายเพียบ

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนของปี 2557 บริษัทเอกชนได้ระดมทุนด้วยการขายหุ้นกู้รวมทั้งสิ้น 4.38 แสนล้านบาท คาดว่าถึงสิ้นปีเอกชนจะออกหุ้นกู้ถึง 6 แสนล้านบาทได้ ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะในเดือน ต.ค. มีเอกชนที่ยื่นและเตรียมจะออกรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ เอกชนที่ออกหุ้นกู้ในเดือน ต.ค. ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) วงเงิน 2,395 ล้านบาท บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) วงเงิน 4,000 ล้านบาท บริษัท ไทยคม (THCOM) ออก 2 ชุด วงเงินรวม 4,550 ล้านบาท บริษัท ภัทรลิสซิ่ง 300 ล้านบาท บริษัท ลีสซิ่งไอซีบีซี 4,300 ล้านบาท

ขณะที่เดือน พ.ย. และ ธ.ค. ก็น่าจะเห็นเอกชนรายใหญ่ๆ ที่ยังไม่ได้ขายในช่วงที่ผ่านมา เช่น บริษัท ปตท. (PTT) ในช่วงเดือน ธ.ค. จะมีหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนดชำระประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท และยังมีบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ที่จะครบกำหนดด้วยประมาณ 3,000 ล้านบาท รวมถึงบริษัทอื่นๆ ด้วย

“ยังเห็นการออกหุ้นกู้มากขึ้น เพราะดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เอกชนที่มีแผนการใช้เงินและลงทุนที่ชัดเจน จะมีการระดมทุนล็อกต้นทุนทางการเงินไว้ก่อน อีกทั้งที่ผ่านมาทางสมาคมได้ให้ความรู้กับภาคธุรกิจในกลุ่มบริษัทขนาดกลางและเล็กมากขึ้น เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนนอกเหนือจากการระดมทุนในตลาดหุ้นและการกู้เงินจากสถาบันการเงิน” น.ส.อริยา กล่าว

การให้ความรู้ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กับผู้บริหารในตลาด mai และบริษัทต่างๆ ส่งผลให้มีบริษัทใหม่ขนาดกลางและเล็กเริ่มออกหุ้นกู้มากขึ้น เมื่อสิ้นเดือน ก.ย. มีจำนวน 17 บริษัท ซึ่งเกินเป้าหมายที่ทางสมาคมตั้งไว้ว่าปีนี้จะทำให้ได้ 15 ราย

สำหรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นเดือน ก.ย. มียอดขายสุทธิอยู่ที่ 5,400 ล้านบาท เพราะในช่วงเดือน มิ.ย. และ ก.ค. มีเงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่อง สภาพเกิดขึ้นเช่นเดียวกับประเทศเกิดใหม่ทั้งหมด เป็นผลมาจากการทยอยเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ (คิวอี) ของสหรัฐ ส่งผลให้เงินไหลออกไป

น.ส.อริยา คาดว่าคิวอีที่จะหมดลงในเดือน ต.ค.นี้ ถือว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก รวมถึงตลาดตราสารหนี้ไทยด้วย แต่คาดว่าผลกระทบจะไม่มากนัก เพราะขณะนี้ยอดถือครองของต่างชาติในพันธบัตรไทยอยู่ที่ 7 แสนล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าพันธบัตรทั้งตลาด ขณะเดียวกันกว่า 6 แสนล้านบาท ก็เป็นการถือครองพันธบัตรระยะยาว

ขณะที่ความต้องการลงทุนในพันธบัตรและตราสารหนี้ของนักลงทุนในประเทศ สามารถรองรับแรงขายที่เกิดขึ้นได้ เพราะขณะนี้ความต้องการลงทุนพันธบัตรมากกว่าปริมาณพันธบัตรที่เสนอขาย

น.ส.อริยา กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ของเอกชนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศและถือหุ้นโดยรัฐบาลต่างประเทศนั้น ขณะที่ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ผ่านคลายกฎเกณฑ์แล้ว โดยอนุโลมให้บริษัทมีอันดับความน่าเชื่อในระดับน่าลงทุน หรือประมาณ BBB และอิงเครดิตของประเทศไทยเป็นหลัก โดยให้เฉพาะบริษัทที่ออกไปลงทุนในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงก่อน (CLMV) ซึ่งคาดว่าจะเห็นเอกชนไทยจะเข้ามาระดมทุนประมาณ 12 ราย

ด้านบริษัท ทริสเรทติ้ง ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นระดับ “BBB+” จากเดิมที่ “BBB” และปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันเป็น “BBB+” จากเดิมที่ระดับ “BBB” พร้อมปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทเป็น “คงที่” สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น รวมทั้งความยืดหยุ่นทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นหลังจากขายหุ้นเพิ่มทุนสำเร็จ

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน