
“วิเชียร ฤกษ์ไพศาล”ลงทุนบริหารสินทรัพย์
“วิเชียร ฤกษ์ไพศาล” ผู้บริหารค่ายเพลงจีนี่เรคคอร์ด ที่มีศิลปินร็อกในสังกัดชื่อดังมากมาย และเป็นค่ายเพลงแห่งหนึ่งที่สามารถยืนหยัดอยู่มากว่า 16 ปี เป็นนักลงทุนตัวยงเช่นเดียวกัน
“วิเชียร ฤกษ์ไพศาล” ผู้บริหารค่ายเพลงจีนี่เรคคอร์ด ที่มีศิลปินร็อกในสังกัดชื่อดังมากมาย และเป็นค่ายเพลงแห่งหนึ่งที่สามารถยืนหยัดอยู่มากว่า 16 ปี เป็นนักลงทุนตัวยงเช่นเดียวกัน
การบริหารค่ายเพลงก็ไม่แตกต่างไปจากการบริหารเงินส่วนบุคคล ที่หากจะเริ่มทำอะไรแล้วจะต้องเป็นไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง มีกลยุทธ์เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การรู้จักการสร้างและบริหารสินทรัพย์” ให้เป็น
จีนี่ เรคคอร์ด เกิดขึ้นหลังวิกฤตที่ “เต๋อเรวัติพุทธินันทน์” เสียชีวิตลงแล้วจากที่เคยเป็นผู้กำกับมิวสิคโฆษณาต้องเปิดค่ายเพลงแห่งใหม่ขึ้นมาท่ามกลางที่แกรมมี่กำลังผ่าองค์กรจากแนวนอนเป็นแนวตั้งแตกค่ายออกมาแล้ว 4 แห่ง ซึ่งต่างมีบุคลากรเป็นของตัวเอง ตรงข้ามกับเขาที่ยังไม่มีอะไรยกเว้นเพียงห้องเปล่าคนเกิดแนวคิดความว่างกับความมีขึ้นมา พลิกจุดอ่อนให้มีจุดแข็ง ทำให้เกิดมุมมองต้องสร้างความต่างขึ้นมาประกาศหาศิลปินเอง และฝ่าวงล้อมแจ้งเกิดศิลปินที่ไม่ได้ขายหน้าตาอย่าง สุเมธ แอนด์ เดอะปั๋งไท ธนาวุฒิ พลพล วงกะลา บูโดกัน และพยายามประคับประคองไม่ให้บริษัทขาดทุนเกินไปกว่า 2 ล้านบาท/เดือน
เริ่มทำการตลาดอย่างมีศิลป์ เช่น การทำการตลาดวงกะลาก็ต้องผูกแบรนด์ไปกับคนฟังในคลื่นวิทยุฮอตเวฟ เพราะเป็นวงที่มาจากการประกวดฮอตเวฟมิวสิคอะวอร์ด และเมื่อช่องทางการฟังเพลงเปลี่ยนไปก็ต้องปรับกลยุทธ์ตาม
ที่สำคัญคือ การบริหารค่ายเพลงนี้ถึงเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก มองว่าแบรนด์ใหญ่คือค่าย แต่ก็ต้องทำซับแบรนด์คือตัวศิลปินให้เป็นที่รู้จักด้วยเช่นกัน
สำหรับการบริหารเงินส่วนบุคคลของเขา จุดเริ่มต้นที่ทำเขาอยากลงทุนเริ่มจากยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ลดค่าเงินบาท ตอนนั้นเขาอายุเพียง 20 ปี เงินที่เก็บไว้และคิดว่ามีค่า จู่ๆ ค่ากลับลดลง ทำให้เริ่มคิดว่าต่อไปนี้ต้องสร้างสินทรัพย์ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น
วันหนึ่งรู้จักผู้ใหญ่ในหลายวงการรวมถึงผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนบางแห่งได้แนะนำหุ้นเป็นสินทรัพย์หนึ่งที่น่าลงทุน แรกๆ รู้ข้อมูลภายในแต่ด้วยความที่เป็นคนทำอะไรจริงจัง ต้องรู้ลึกถึงขั้นทำรายการหุ้นหลายตัวที่รู้มาหรือเจ้าหน้าที่การตลาดบอกมาใส่ในโปรแกรมเอ็กเซล มาศึกษาดูข้อมูลธุรกิจและตั้งเป้าหมายในใจว่าระดับไหนจะเข้าซื้อ ส่วนใหญ่หากได้ส่วนต่างราคาหุ้นกว่า 10% ก็จะขาย
แต่มาขาดทุนช่วงที่เกิดการระบาดไข้หวัดนก เพราะเพียงคำว่าเกิดระบาดทั่วโลก จึงตัดสินใจล้างพอร์ตตอนนั้นให้หมด ซึ่งตอนนั้นมีมูลค่าพอร์ตประมาณกว่า 10 ล้านบาท และยอมตัดขายขาดทุนไป
หลังจากนั้นกลายเป็นว่าการลงทุนหุ้นนั้นก็ไม่ใช่การลงทุนที่เสถียรมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่มีเวลามาดูหุ้นทุกวัน จึงเริ่มหันมาดูหรือลงทุนด้านที่ดิน โดยเอากำไรจากการลงทุนหุ้นมาซื้อที่ดินเปล่าจำนวน 4 ไร่ แถวนวลจันทร์ตารางวาละ 1 หมื่นบาท และมูลค่าที่ดินปรับเพิ่มขึ้นจนปัจจุบันตารางวาละ 5 หมื่นบาท บ้างซื้อคอนโดมิเนียมโครงการที่ไว้บริหารเพื่อการลงทุนด้วย ก็จะปล่อยเช่าไปเลย 5 ปี และนำค่าเช่ามาผ่อนคอนโดมิเนียม
“วิเชียร” บอกว่า ก่อนกลับมาลงทุนหุ้นและเน้นในหุ้นพื้นฐานมากขึ้น และเหลือมูลค่าพอร์ตหุ้นเพียงกว่า 1 ล้านบาทเท่านั้น และลดโบรกเกอร์ 3 แห่งเหลือแห่งเดียว และลดตัวเป็นนักลงทุนหุ้นสมัครเล่น เพราะ 67 ปีที่ผ่านมานี้สนใจวงการพระเครื่องมากขึ้น โดยมีจุดเริ่มช่วงองค์จตุคามรามเทพกำลังเป็นที่สนใจ จึงเริ่มศึกษาอย่างจริงจังจนอยู่ในวงการพระเครื่องสายพระปฏิบัติ ซึ่งก็มีปล่อยเช่าไปบ้าง บางครั้งมีพิมพ์หรือรุ่นเดียวกันหลายองค์ เพราะเก็บไว้นานมูลค่าจะเพิ่มขึ้น ถึงวันหนึ่งก็ปล่อยเช่าไป แต่หลักๆ คือเกิดจากความชอบในศิลปะของลายพระด้วย
เป้าหมายการลงทุนของเขาเพื่อบริหารสินทรัพย์ “ที่สุดแล้วเราสะสมเพื่อจะสูญเสีย” แต่หน้าที่และความรับผิดชอบเราต้องทำให้ค่ายมีรายได้ ศิลปินอยู่รอดได้ โดยมีความศิลปะอยู่ ชีวิตส่วนตัวก็ต้องบริหารสินทรัพย์เพราะมีครอบครัว







