
ตั้งธงทะลุแสนล้าน
พาณิชย์วางแผนสร้างตลาดญี่ปุ่นเกาหลีดันยอดการค้าระหว่างประเทศขยายตัว
พาณิชย์วางแผนสร้างตลาดญี่ปุ่นเกาหลีดันยอดการค้าระหว่างประเทศขยายตัว
พาณิชย์ตั้งเป้าเพิ่มยอดตลาดอาเซียนบวก 3 เน้่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน จัดความร่วมมือทำสินค้าร่วม
ร.อ.สุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายในงานแถลงข่าวการจัดงาน The AEC+3 Summit & Expo 2014 สุดยอดการประชุมและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระดับภูมิภาค ว่า อาเซียนและประเทศคู่ค้า ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มียุทธศาสตร์ที่จะผลักดันตลาดคู่ค้าทั้ง 3 ประเทศให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง
ร.อ.สุวิพันธุ์ กล่าวว่า ตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีความสำคัญกับไทยมายาวนาน โดยไทยและญี่ปุ่นได้ตั้งเป้าหมายร่วมกันว่า ภายในปี 2560 จะดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ขึ้นมาถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐให้ได้ จากปัจจุบันในปี 2556 มีมูลค่าการค้ารวม 6.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2557 (เดือน ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 3.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะนี้ญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียนอย่างมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะประเทศกลุ่มระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) ซึ่งทางองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ก็เพิ่งไปตั้งสำนักงานอยู่ในประเทศลาว ไทยกับญี่ปุ่นจึงน่าจะมีความร่วมมือในมิติใหม่ๆ ร่วมกันมากขึ้น
สำหรับประเทศเกาหลีใต้ยังมีมูลค่าการค้าร่วมกันไม่มาก โดยไทยส่งออกไปเกาหลีใต้เพียง 2% ของมูลค่าการส่งออกไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2556 ซึ่งไทยและเกาหลีใต้ได้มีการตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะดันยอดการค้าให้เพิ่มขึ้นเป็น 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2559 โดยในปี 2557 (เดือน ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่าการค้า 8,825 ล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยและเกาหลีใต้มีกิจกรรมร่วมกันมากมาย โดยในอนาคตได้วางแผนการพัฒนาสินค้าและทำโปรดักส์แชมป์เปี้ยนร่วมกัน เพื่อส่งออกขายไปยังต่างประทศ รวมถึงขายในไทยและเกาหลีใต้เองด้วย
ด้านประเทศจีนไทยมีกรอบการค้าทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีร่วมกับจีน ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับตลาดจีน ศึกษาการพัฒนาเศรษฐกิจจีน ปรับเปลี่ยนสินค้าให้เข้ากับตลาด ผลิตสินค้ามีมาตรฐาน
“โอกาสในตลาดอาเซียนและคู่ค้าจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยังมีโอกาสมากมายสำหรับผู้ประกอบการไทย ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเต็มที่” ร.อ.สุวิพันธุ์ กล่าว







