
ไทยหวังเวทีเอเปกเปิดเสรีเอื้อเกษตร
โพสต์ทูเดย์
— ไทยร่วมวงการประชุมการค้าเอเปกที่ญี่ปุ่น หวังเจรจารอบโดฮาจบ เอื้อสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ จะเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก ครั้งที่ 16 ที่เมืองซับโปโร ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 56 มิ.ย.นี้
ทั้งนี้ ประเด็นที่จะหารือคือการผลักดันการเจรจาการค้ารอบโดฮาภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ให้ได้ข้อสรุปผลการเจรจาภายในปีนี้ ซึ่งไทยมีท่าทีชัดเจนที่ต้องการที่จะให้เปิดตลาดอย่างแท้จริงทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม โดยอาจมีข้อยกเว้นการเปิดตลาดได้ แต่ต้องน้อยหรือจำกัดที่สุด รวมทั้งลดการบิดเบือนทางการค้า และมีกฎระเบียบทางการค้าที่เป็นธรรม
นอกจากนี้ จะหารือถึงการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เกิดปัญหาวิกฤตการเงินของสหรัฐ และปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซที่อาจลุกลามไปยังยุโรปและเศรษฐกิจโลกเป็นปัญหาของสหภาพยุโรปและเศรษฐกิจโลก โดยไทยจะเรียกร้องให้สมาชิกเอเปกลดการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า เพราะอาจขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกรวมทั้งไม่ใช้มาตรการกีดกันทางการค้าใหม่ๆที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนรวมถึงมาตรการจำกัดการส่งออกหรือมาตรการที่ไม่สอดคล้องกับดับบลิวทีโอ
ทั้งนี้เอเปกจะมีการหารือถึงแผนรองรับการฟื้นตัวภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจและมาตรการรองรับวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
“
ไทยจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงและทำความเข้าใจต่อสมาชิกเอเปกว่าเศรษฐกิจของไทยในปี 2553 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย” นางนันทวัลย์ กล่าวนางนันทวัลย์ กล่าวว่า รัฐมนตรีเอเปกจะพิจารณาร่างรายงานการประเมินผลสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายการเปิดเสรีทางการค้าการลงทุนตามเป้าหมายโบกอร์ในปี 2553 ของสมาชิกพัฒนาแล้วจำนวน5เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ แคนาดาออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และสหรัฐฯ
รวมทั้งลสมาชิกกำลังพัฒนาที่อาสาเข้าร่วมประเมินผล
นอกจากนี้ อีก 8 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ชิลี ฮ่องกง เปรู เม็กซิโก สิงคโปร์ มาเลเซีย จีนไทเป และเกาหลีใต้ หัวข้อที่จะมีการประเมินด้วย เช่น ภาษีศุลกากรมาตรการที่มิใช่ภาษี การค้า บริการ การลงทุน พิธีการศุลกากร และมาตรฐานและการรับรอง ทรัพย์สินทางปัญญา โยบายการแข่งขัน การจัดซื้อโดยรัฐ การระงับข้อพิพาท การเคลื่อนย้ายนักธุรกิจ เป็นต้น







