
‘บิ๊กไบค์’ผงาด
คนที่ยังติดกับภาพรถสองล้อราคาไม่แพง คงต้องปรับมุมมองกันใหม่ เพราะตอนนี้บรรดาบริษัทผลิตบิ๊กไบค์ต่างพาเหรดกันเข้ามาหาสิงห์มอเตอร์ไซค์ในประเทศอาเซียนกันถึงบ้าน
คนที่ยังติดกับภาพรถสองล้อราคาไม่แพง คงต้องปรับมุมมองกันใหม่ เพราะตอนนี้บรรดาบริษัทผลิตบิ๊กไบค์ต่างพาเหรดกันเข้ามาหาสิงห์มอเตอร์ไซค์ในประเทศอาเซียนกันถึงบ้าน
หลายค่ายขยายการผลิตในภูมิภาคนี้ เพราะนอกจากจะได้ใกล้ชิดคนซื้อมากกว่าเดิมแล้ว ยังจะได้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีของอาเซียน ทำให้ส่งออกไปขายทั่วภูมิภาคสะดวก มีต้นทุนต่ำลง
เช่น เคทีเอ็ม เบอร์ 2 จากยุโรป ที่เปิดโรงงานประกอบบิ๊กไบค์ในมาเลเซียเมื่อปีที่แล้ว หลัง ดูคาติ ของอิตาลี สร้างโรงงานในเมืองไทยได้ประมาณ 2 ปี ขณะที่ฮอนด้าและยามาฮ่าก็ขยายการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยยามาฮ่าเพิ่งเริ่มผลิตมอเตอร์ไซค์สปอร์ต อาร์ 25 ขนาด 250 ซีซี ในอินโดนีเซียไปเมื่อเร็วๆ นี้
ค่ายบิ๊กไบค์พูดตรงกันว่า ต้องสนใจตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโต เพื่อชดเชยตลาดในประเทศพัฒนาแล้วที่ยอดขายลดลง และนอกจากเน้นจูงใจให้สิงห์มอเตอร์ไซค์หันมาใช้รถรุ่นใหญ่มากขึ้น ยังพยายามดึงคนที่มีรถยนต์อยู่แล้ว และไม่มีปัญหาเรื่องเงินตัดสินใจซื้อบิ๊กไบค์สักคันมาขับเล่นด้วย
มาร์ค แมคอัลลิสเตอร์ รองประธานและกรรมการบริหารของฮาร์เลย์เดวิดสัน เอเชียแปซิฟิก บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เขามองตลาดมอเตอร์ไซค์พรีเมียมในอาเซียนในแง่บวก และคิดว่ารถกลุ่มนี้เหมาะกับโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วมีนักขับรุ่นใหม่ที่อยากจะขี่มอเตอร์ไซค์ระดับพรีเมียม
ทั้งนี้ ความต้องการซื้อบิ๊กไบค์เพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกับรายได้ต่อหัวของคนในอาเซียน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นยอดขายมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ในเวียดนามสูงกว่ามอเตอร์ไซค์แบบทั่วไป ขณะที่ในมาเลเซียยอดขายมอเตอร์ไซค์ขนาด 250 ซีซีขึ้นไป เพิ่มขึ้นถึง 49% ในปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ตลาดมอเตอร์ไซค์โดยรวมแทบจะไม่เติบโตเลย
ส่วนในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดมอเตอร์ไซค์ที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน มีสัดส่วนยอดขายรถขนาดใหญ่อยู่ที่ 13% ของตลาดรวมในปีที่แล้ว เพิ่มจากระดับ 11% ในปี 2555
โทนี ทาร์ดโจ ผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อรายย่อยของธนาคารซีไอเอ็มบี ไนอาก้า ในอินโดนีเซีย บอกว่า นอกจากยอดขายมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่เครื่องแรงจะเพิ่มขึ้นแล้ว รถแนวทัวริ่งอย่างบีเอ็มดับเบิ้ลยูและไทรอัมพ์ก็มีโอกาสสดใสขึ้น เพราะใช้ขับขี่ได้ทั้งบนท้องถนนปกติและออฟโรด ซึ่งเหมาะกับสภาพถนนของอินโดนีเซีย
ในมุมของนักขี่ ฮอร์ชีฟุง นักวิเคราะห์การเงินชาวมาเลเซีย ที่มีรายได้เดือนละ 4,000 ริงกิต หรือประมาณ 4 หมื่นบาท ได้ตัดสินใจกู้เงินอีกก้อนมาซื้อคาวาซากิ นินจา 250 อาร์ สนนราคาประมาณ 2.26 แสนบาท เพื่อขับเที่ยวกับเพื่อนฝูงและบอกว่าถ้ามีรายได้มากขึ้น เขาจะเป็นเจ้าของบิ๊กไบค์ตระกูลฮาร์เลย์เดวิดสัน หรือดูคาติให้ได้
ไครูล กามารูดิน ผู้อำนวยการพัฒนาธุรกิจของแบงก์อิสลามมาเลเซีย อธิบายว่า ซูเปอร์ไบค์ราคาเบาๆ เริ่มที่ประมาณ 6 หมื่นริงกิต หรือ 6 แสนบาท เรื่อยไปจนถึงรุ่นในฝันที่แพงถึง 5 แสนริงกิตขึ้นไป หรือประมาณ 5 ล้านบาท ปัจจุบันยังไม่ค่อยมีสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อซื้อซูเปอร์ไบค์มากนัก แต่ธนาคารมองเห็นโอกาสดีในการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้







