
ทริสคาดอสังหาฯวูบ20%
ยอดขายทั้งปีแย่หนี้ครัวเรือนรบกวนอัตรากำไรทรงตัวเว้น‘อารียาปริญสิร’
ยอดขายทั้งปีแย่หนี้ครัวเรือนรบกวนอัตรากำไรทรงตัวเว้น‘อารียาปริญสิร’
ทริสฟันธงธุรกิจอสังหาฯฟื้นครึ่งปีหลัง แต่ยอดขายทั้งปีทรุด 20% จุกหนี้ครัวเรือน คอนโดมิเนียมแย่
บริษัท ทริส เรทติ้ง ออกบทวิเคราะห์ว่า ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ดีขึ้น ปัญหาการเมืองผ่อนคลายลง แต่ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงยังคงเป็นปัจจัยลบต่อธุรกิจ จึงคาดว่ายอดขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งปีน่าจะลดลงประมาณ 20% จากปีก่อนหน้าที่มียอดขายค่อนข้างสูง
ทั้งนี้ ยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกลดลงมากจากยอดขายคอนโดมิเนียมที่ลดลงถึง 47% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เพราะความต้องการคอนโดมิเนียมในตลาดมาจากผู้ซื้อที่ต้องการที่อยู่อาศัย หรือเพื่อลงทุนและเพื่อเก็งกำไร ซึ่งผู้ซื้อ 2 กลุ่มหลังค่อนข้างมีความอ่อนไหวตามสภาวะตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการ โดยครึ่งปีแรกจำนวนหน่วยคอนโดมิเนียมลดลง 35% ขณะที่ยอดขายที่อยู่อาศัยแนวราบซึ่งเป็นความต้องการที่แท้จริงปรับเพิ่มขึ้น 5% สำหรับผลประกอบการของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ทริสเรทติ้งจัดอันดับอยู่ จำนวน 16 บริษัท ส่วนใหญ่ยังคงมียอดรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ประมาณ 40-50% ของรายได้ในปี 2556 ยกเว้น บริษัท มั่นคงเคหะการ (MK) และบริษัท แสนสิริ (SIRI) ที่ยอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 34% และ 36% ของรายได้ในปี 2556 ตามลำดับ
ทริสฯ ระบุว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มียอดขายอสังหาริมทรัพย์ที่รอรับรู้รายได้อยู่ในมือค่อนข้างสูง ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2557 บริษัททั้ง 16 แห่งมียอดขายที่รอรับรู้รายได้รวมประมาณ 2.4 แสนล้านบาท หรือประมาณ 1.23 เท่าของรายได้ในปี 2556 ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
ขณะที่อัตรากำไรยังคงใกล้เคียงกับปีก่อน ยกเว้นบริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ (A) และบริษัท ปริญสิริ (PRIN) ที่มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลง อย่างไรก็ตามภาระหนี้เฉลี่ยโดยรวมนั้นเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงมีภาระในการลงทุนก่อสร้างคอนโดมิเนียมที่เปิดขายเมื่อ 12 ปีก่อน ทำให้อัตราส่วนหนี้สินโดยเฉลี่ยของทั้ง 16 บริษัทเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากประมาณ 1 เท่าเป็น 1.12 เท่า
สำหรับปัจจัยท้าทายสำหรับผู้ประกอบการใน 12 ปีข้างหน้ายังคงเป็นประเด็นเดิมๆ คือ ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงซึ่งส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกายุติโครงการซื้อคืนพันธบัตร (คิวอี) แต่ก็มีปัจจัยบวกสนับสนุน คือ การเมืองที่ชัดเจนขึ้น และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่คาดว่าจะช่วยส่งเสริมความต้องการอสังหาริมทรัพย์
นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในหุ้นกู้วงเงิน 1,500 ล้านบาท อายุ 1 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.5% ต่อปี ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า ผลตอบรับที่ดีสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจที่นักลงทุนมีต่อ PACE เนื่องจากเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ที่แท้จริงในประเทศไทยโดยเฉพาะโครงการมหานครซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้ว 60% โดยแบ่งเป็นลูกค้าชาวไทย 40% และลูกค้าชาวต่างประเทศ 60% แสดงให้เห็นถึงฐานลูกค้าที่มีความหลากหลาย
“หุ้นกู้ของ PACE ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการลงทุนของนักลงทุนรายใหญ่ที่ต้องการกระจายการลงทุน” นายก้องเกียรติ กล่าว







