
บลจ.เมย์แบงก์พร้อมพ.ย.ลุย4อีทีเอฟ
บลจ.เมย์แบงก์ ได้ฤกษ์ พ.ย.นี้ ออกอีทีเอฟ 4 กองรวด แย้มได้พันธมิตรต่างชาติช่วยดูแลสภาพคล่อง
บลจ.เมย์แบงก์ ได้ฤกษ์ พ.ย.นี้ ออกอีทีเอฟ 4 กองรวด แย้มได้พันธมิตรต่างชาติช่วยดูแลสภาพคล่อง
นายตรีพล ภูมิวสนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ มีแผนจะออกกองทุนอีทีเอฟ 4 กองทุน ที่มีนโยบายลงทุนใน 4 ตลาด ได้แก่ ตลาดเกิดใหม่ ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐ โดยมีพันธมิตรจากต่างประเทศเข้ามาเป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง
นอกจากนี้ นายตรีพล กล่าวว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีแผนออกกองทุนตลาดเงินและกองทุนหุ้น ประเภทละ 1 กองทุน ขณะที่ในปี 2558 ตั้งเป้าหมายออกกองทุนใหม่อีกประมาณ 1920 กองทุน
“เราต้องการเสนอทางเลือกการลงทุนให้กับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ซึ่งตลาดต่างประเทศเป็นตลาดที่ใหญ่ สภาพคล่องสูงกว่าตลาดหุ้นไทย และบริษัทหลายแห่งมีศักยภาพในการทำกำไรสูง น่าจะเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนการลงทุนที่ดีให้นักลงทุนไทยได้ โดยตลาดเกิดใหม่ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุน เนื่องจากที่ผ่านมาปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดพัฒนาแล้ว ได้แก่ ไต้หวันและเกาหลีใต้ เพราะถ้าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัวจริง ทั้งสองประเทศนี้น่าจะได้รับประโยชน์” นายตรีพล กล่าว
นายตรีพล กล่าวอีกว่า บริษัทมีแผนจะขยายฐานลูกค้ารายย่อยเพิ่มเติมผ่านทาง ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยตั้งเป้าจะเพิ่มผู้สนับสนุนการขายอีกประมาณ 78 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 7 แห่ง
นายนอร์ อัสซามีน บิน ซาเลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม บลจ.เมย์แบงก์ ในมาเลเซีย ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บลจ.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลุ่ม บลจ.เมย์แบงก์ เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 60 ล้านบาท ให้ บลจ.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ซึ่งทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 270 ล้านบาท เพื่อนำไปขยายธุรกิจกองทุนในประเทศไทย โดยตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (เอยูเอ็ม) ไว้ที่ 2 หมื่นล้านบาท ภายใน 5 ปี
“บลจ.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) มองโอกาสลงทุนในตราสารหนี้หรือตราสารการเงินในประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการลงทุน เพื่อผลตอบแทนที่มั่นคงกว่าให้ผู้ถือหน่วย ประกอบกับผู้จัดการกองทุนของ บลจ.เมย์แบงก์ เชี่ยวชาญการลงทุนต่างประเทศ การเป็นบริษัทในเครือเมย์แบงก์ที่ธนาคารเมย์แบงก์ และความแข็งแกร่งของเครือข่ายเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จะมีส่วนสำคัญในการขยายฐานลูกค้าในไทย” นายซาเลห์ กล่าว
พร้อมกันนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม บลจ.เมย์แบงก์ กล่าวว่า ธุรกิจกองทุนรวมในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก จากเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ยังมีอัตราการเติบโตอยู่ นักลงทุนยังหาโอกาสทางเลือกการลงทุนใหม่ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนในระดับที่พึงพอใจ ทำให้ตลาดกองทุนรวมในประเทศไทยยังมีทิศทางที่สดใส
นายซาเลห์ กล่าวอีกว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาค อีกทั้งยังมีการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดี ทำให้เมย์แบงก์เห็นโอกาสในการเข้ามาลงทุนในธุรกิจการเงินที่เมย์แบงก์มีความชำนาญ และเชื่อว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้







