
เซตท็อปบ็อกซ์ยกแรกแข่งดัมพ์-รับประกันชิง 3,000 ล้าน
หลังสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศแจกคูปองเพื่อแลกซื้อกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซต ท็อป บ็อกซ์) จำนวน 4.6 ล้านใบ ซึ่งจะส่งมอบคูปองให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เพื่อแจกให้ประชาชน 21 จังหวัด เริ่มวันที่ 10 ต.ค.นี้
หลังสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศแจกคูปองเพื่อแลกซื้อกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซต ท็อป บ็อกซ์) จำนวน 4.6 ล้านใบ ซึ่งจะส่งมอบคูปองให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เพื่อแจกให้ประชาชน 21 จังหวัด เริ่มวันที่ 10 ต.ค.นี้
เบื้องต้นคาดว่าคูปองจะส่งถึงตามทะเบียนบ้านของประชาชนวันที่ 14-15 ต.ค.นี้ ทำให้ผู้ประกอบการที่ผลิตและจำหน่ายกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ต่างเริ่มออกมาประกาศแผนทำตลาดกันอย่างคึกคัก
ราคาขายกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ที่บรรดาผู้ประกอบการเริ่มทยอยประกาศมีทั้งราคากล่องละ 690 บาท เท่ากับราคาคูปอง แต่ไม่มีเสารับสัญญาณและราคาสูงกว่าราคาคูปอง 100-500 บาท เพื่อให้ประชาชนเลือกซื้อได้ตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ บางรายทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อชิงส่วนแบ่งรอบแรกมูลค่ากว่า 3,100 ล้านบาท (มูลค่าคูปอง 690 บาท คูณกับจำนวนคูปองที่ กสทช.แจกล็อตแรก 4.6 ล้านใบ)
ประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย ผู้ดำเนินธุรกิจกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ภายใต้แบรนด์แพลนเน็ต กล่าวว่า บริษัทผลิตกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยการนำเข้าอุปกรณ์ผลิตกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ จากประเทศจีนเข้ามาประกอบในไทย
ในส่วนของราคาขายกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ แพลนเน็ต จะตั้งราคาขายแพงกว่าราคาคูปอง 690 บาท อยู่ที่ประมาณ 300-500 บาท เนื่องจากต้องการเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน เพราะคู่แข่งระดับนั้นมีเพียง 23 รายเท่านั้น
พร้อมกันนี้มีแผนทำโปรโมชั่นชิงโชคทุกเดือนจนถึงสิ้นปี รวมถึงรับประกันสินค้า 2 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นการรับรู้ของลูกค้าร่วมกับพันธมิตรร้านค้าตัวแทนจำหน่ายซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ เช่น ไอทีซิตี้ ห้างโมเดิร์นเทรด และตัวแทนร้านค้าอื่นๆ โดยสิ้นปีนี้ตั้งเป้าขายประมาณ 1 แสนกล่อง
สมชาย เปรื่องวิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ แบรนด์แฟมิลี่ กล่าวว่า บริษัทตั้งราคาขายกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ไว้ที่ 690 บาท สำหรับไม่มีเสารับสัญญาณ และราคา 990 บาท สำหรับมีเสารับสัญญาณ เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า ซึ่งในส่วนช่องทางจำหน่ายบริษัทจะเน้นที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศกว่า 2,000 ราย เช่น ร้านไอที ร้านค้าทั่วไป ห้างค้าปลีก
ขณะเดียวกันแบรนด์แฟมิลี่จะจัดส่งเสริมการขายโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก พร้อมกันนี้บริษัท แฟมิลี่ฯ ได้รับจ้างผลิตเซต ท็อป บ็อกซ์ ให้กับผู้ประกอบการรายอื่นอีก 10 ราย คาดสิ้นปีแฟมิลี่จะขายกล่องได้ประมาณ 1 ล้านกล่อง หรือ 1,000 ล้านบาท
ธัญพัชร ลิขสิทธิ์ธนานนท์ ผู้ช่วยรองประธานโครงการพิเศษ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า กล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ที่บริษัทนำมาจำหน่ายมี 2 ราคา คือ ราคา 690 บาท เท่ากับราคาคูปองแต่ไม่มีเสาอากาศและราคาสูงกว่าคูปอง 100-300 บาทแบบมีเสาอากาศ ซึ่งหลังจากออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายและโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องมั่นใจว่าจะชิงส่วนแบ่งตลาดได้ 20% จากคูปองที่แจกจำนวน 4.6 ล้านใบในช่วงแรก หรือมียอดขายประมาณ 8 แสน–1 ล้านกล่อง
สำหรับช่องทางจำหน่ายกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ของสามารถจะเน้นไปที่ร้านไอโมบายทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีจุดขายกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังจะนำสินค้าจำหน่ายผ่านห้างเทสโก้ โลตัส โฮมโปร และร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อให้กล่องรับสัญญาณเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค ขณะนี้กล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ยี่ห้อสามารถ เตรียมกำลังการผลิตไว้แล้วที่ประมาณ 1 ล้านกล่อง
วชิรา บัญชาบุษบง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โซเคน อิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคากล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ของโซเคน ตั้งที่ 890-1,490 บาท การที่บริษัทตั้งราคาขายไว้สูงกว่าคู่แข่งในตลาด เนื่องจากคุณสมบัติกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ของบริษัทแตกต่างจากคู่แข่ง คือ สามารถสแกนหาช่องได้ภายใน 1 นาที เนื่องจากมีการฝังชิปชนิดพิเศษเข้าไป
จากคุณสมบัติพิเศษดังกล่าว โซเคนมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมียอดขายกว่า 6 แสนกล่อง เพราะนอกจากจุดแข็งตัวสินค้าแล้ว ช่องทางจำหน่ายยังทั่วถึง ผ่านร้านเจมาร์ทและห้างค้าปลีกต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากทดลองจำหน่ายมาระยะหนึ่งพบว่าได้ผลการตอบรับดี ทำให้สิ้นปียอดน่าจะได้ตามเป้า
จากภาพรวมจะเห็นได้ว่า แค่เริ่มต้นแจกคูปองล็อกแรก 21 จังหวัด 4.6 ล้านใบ หรือมูลค่าเค้กก้อนแรกกว่า 3,100 ล้านบาท ผู้ประกอบการเซต ท็อป บ็อกซ์ ยังจัดหนัก ทั้งลดแลกแจกแถม และรับประกันคุณภาพแบบเต็มรูปแบบ ดังนั้นหากล็อกใหญ่รวม 22 ล้านใบ หรือกว่า 1.52 หมื่นล้านบาท แจกออกมา คงไม่ต้องเดาว่าศึกครั้งนี้จะดุขนาดไหน







