posttoday
กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่ประชานิยม

กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่ประชานิยม

06 ตุลาคม 2557

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ครม.ได้มีมติออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเป็นแพ็กเกจใช้เงินประมาณ 3.639 แสนล้านบาท นัยว่าต้องการดันเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2557 และปีหน้าให้โตได้ตามเป้าหมาย คำถามสำหรับผู้คนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องเศรษฐกิจคือ “เศรษฐกิจไทยในขณะนี้อยู่ในสภาวะอย่างไร จนรัฐบาลต้องใช้เงินมากมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” อีกทั้งงบที่ใช้ไปจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้หรือไม่

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ครม.ได้มีมติออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเป็นแพ็กเกจใช้เงินประมาณ 3.639 แสนล้านบาท นัยว่าต้องการดันเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2557 และปีหน้าให้โตได้ตามเป้าหมาย คำถามสำหรับผู้คนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องเศรษฐกิจคือ “เศรษฐกิจไทยในขณะนี้อยู่ในสภาวะอย่างไร จนรัฐบาลต้องใช้เงินมากมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” อีกทั้งงบที่ใช้ไปจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้หรือไม่

เป็นคำถามที่คงหาคำตอบไม่ได้ง่ายๆ เพราะเศรษฐกิจของไทยผูกไว้กับปัจจัยหลายประการทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกรวมทั้งปัญหาเสถียรภาพด้านการเมืองของรัฐบาล แต่ละเรื่องมีความซับซ้อนผูกพันเกี่ยวกันไม่ใช่เรื่องแก้กันได้ง่ายๆ

ประเด็น คือ รัฐบาลชุดปัจจุบันที่เข้ามาแก้ปัญหาด้านการเมืองติดล็อก แต่กลับต้องเผชิญปัญหาเฉพาะหน้าด้านเศรษฐกิจที่ซบเซาจนไปถึงขั้นเกือบชะงักงันมาตั้งแต่ต้นปี ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการสะดุดขากันเองของคนในชาติจนนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงการเมืองภาคประชาชน จน “คสช.” ต้องยุติความวุ่นวายทางการเมือง แต่จะยังคงมีคลื่นใต้น้ำอยู่

ขณะที่ผลข้างเคียงที่ยังคงมีอยู่ คือ ความเชื่อมั่นของต่างชาติ ทั้งด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนถึงขั้นติดลบ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น แต่การติดลบจะยังคงต่อเนื่องไปถึงสิ้นปี ส่งผลต่อการบริโภคของประชาชนที่ชะลอตัวโดยเดือน ส.ค.ยังติดลบร้อยละ 0.2 ขณะเดียวกันเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง 3 เดือน ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจในประเทศ

ในด้านการส่งออกที่เป็นหัวจักรสำคัญของเศรษฐกิจไทย ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ในเดือน ส.ค.การขยายตัวถดถอยสูงถึงร้อยละ 7.40 สินค้าหลักการส่งออก 10 ใน 15 รายการ หดตัวหมด ขณะที่ประเทศคู่ค้าหลักของการส่งออกล้วนติดลบ แสดงถึงความเปราะบางของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

คำถามคือเศรษฐกิจไทยก้าวผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง?

สำหรับผมไม่ค่อยแน่ใจ เพราะดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจเดือน ส.ค.และแนวโน้มเดือน ก.ย.ออกมาเห็นแล้วใจหาย การส่งออกยังมีปัญหาต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า สะท้อนจากเศรษฐกิจยุโรป ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมทั้งมาเลเซีย ยังอยู่ในช่วงหดตัวถึงชะลอตัว

หากส่งออกไม่ฟื้นก็ยากที่จะดึงภาคอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมนำเข้าเพื่อส่งออก ภาคเกษตร และภาคบริการซึ่งเกี่ยวข้องให้ฟื้นตัวตามได้

จากที่กล่าวเห็นได้ว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงชะงักงัน กลไกขับเคลื่อนของภาคเอกชนเกือบไม่ทำงาน การที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแบบแพ็กเกจ ถึงแม้จะช้าไปหน่อยเพราะยังเกรงถูกครหาว่าเป็น “ประชานิยม” ซึ่งต้องเข้าใจว่าต่างกับ “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” ทุกรัฐบาลในโลกนำมาใช้ในช่วงที่เศรษฐกิจมีการชะลอตัว กลไกภาคเอกชนหยุดทำงาน หากปล่อยไว้จะกระทบต่อการจ้างงานและเกิดเศรษฐกิจถดถอย ส่วนที่รัฐบาลจะได้ค่านิยมคงเป็นผลพลอยได้ ในสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นเช่นเม็ดเงินจากแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นความหวัง

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่เหลือเพียง 2 เดือนเศษของปีนี้ คงไม่สามารถใช้เงินได้มากนัก ทั้งจากงบช่วยเหลือชาวนา งบกระตุ้นการจ้างงานในชนบท รวมทั้งงบประมาณค้างท่อ อาจใช้ได้เพียงครึ่งหนึ่งจากเป้าหมายที่คาดไว้ และดันเศรษฐกิจในโค้งสุดท้ายได้ประมาณร้อยละ 0.5 ของจีดีพี ทำให้ปี 2557 เศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 1.5 หากไม่มี เศรษฐกิจคงโตไม่ถึงอย่างแน่นอน

สำหรับงบกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนใหญ่คงอยู่ในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้าโดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจในปี 2558 ให้ฟื้นตัวเป็นบวกได้ร้อยละ 4.8-5.0

ทั้งนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีงบประมาณจำกัด หากจะให้ได้ผลเร็วจะต้องอัดฉีดเงินให้ถึงมือกลุ่มประชาชนโดยตรง ทั้งกลุ่มผู้ใช้ แรงงานและเกษตรกร เช่น โครงการส่งเสริมการจ้างงานในชนบท การก่อสร้างรายย่อย เพราะจะทำให้ประชาชนฐานล่างมีรายได้และเกิดการจับจ่ายใช้สอย ส่วนโครงการขนาดใหญ่คงต้องทำ แต่การเห็นผลจะช้าเพราะจะต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งผลกระทบ สิ่งแวดล้อม อีกทั้งเงินส่วนใหญ่จะไปกระจุกอยู่ที่นายทุนรายใหญ่และส่วนหนึ่งเป็นการนำเข้าที่ไม่ใช่สินค้าทุนทำให้เงินไปอยู่นอกประเทศ

ในเวลาอย่างนี้การกระตุ้นเศรษฐกิจมีความสำคัญและจะต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ต้องมีความโปร่งใสไม่ทำให้เกิดช่องว่าง ทำให้เงินรั่วไหลหรือมีการทุจริต อาจกลายเป็นปัญหาในอนาคต... ไม่อยากให้ใครเขาว่า ก็คงต้องดูดีๆ...จริงไหมครับ!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน