
สมาพันธ์ทีวีดิจิทัลขยับจี้ลดค่าธรรมเนียม4%
สมาพันธ์ทีวีดิจิทัล ขอความเป็นธรรม กสท.ลดค่าธรรมเนียม 4% เท่าช่องคู่ขนาน
สมาพันธ์ทีวีดิจิทัล ขอความเป็นธรรม กสท.ลดค่าธรรมเนียม 4% เท่าช่องคู่ขนาน
นางจำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เปิดเผยว่า สมาพันธ์และสมาชิกกว่า 20 คน ได้เข้าหารือกับ พ.อ. นทีศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) และ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. โดยได้ยื่นข้อเสนอขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมในอัตรา 4% เช่นเดียวกับช่องที่ออกอากาศคู่ขนาน หลังจากมติบอร์ด กสท.ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลรายใหม่ในอัตราเพียง 2% เท่านั้น
สมาพันธ์เห็นว่า การที่บอร์ด กสท.มีมติปรับแก้เงื่อนไขการประมูลทีวีดิจิทัล โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและกองทุนเพื่อวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ยูเอสโอ) รวม 4% ให้กับช่องที่ออกอากาศคู่ขนาน ระยะเวลา 5 ปี ขณะที่ทีวีดิจิทัลช่องใหม่ได้รับการยกเว้นเฉพาะการเก็บค่าธรรมเนียมค่ายูเอสโอ 2% นั้น ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีต้นทุนเช่นเดียวกัน
สำหรับการยืดระยะเวลาการจ่ายเงินค่าประมูลงวดที่ 2 ให้กับผู้ประกอบการทุกช่องออกไปอีก 1 ปีนั้น ทางสมาพันธ์ได้เคยยื่นจดหมายขอไปที่ กสท.ก่อนหน้านี้แล้ว จึงเป็นเรื่องที่สมาพันธ์สนับสนุน รวมถึงการจัดเรียงลำดับช่องใหม่ให้ตรงกันทุกกล่องรับสัญญาณทั้งภาคพื้นดินและดิจิทัล
นอกจากนี้ สมาพันธ์ขอส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการขยายโครงข่ายทีวีดิจิทัล (มักซ์)ที่สำนักงาน กสทช. จะสุ่มตรวจด้วย เนื่องจากเห็นว่าผู้ประกอบการควรมีสิทธิในการตรวจสอบ
น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ข้อเสนอใดของสมาพันธ์ที่ กสท.ดำเนินการได้เลยก็จะรีบดำเนินการ แต่การขอลดค่าธรรมเนียมเพิ่มเป็น 4% เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หากกระทรวงการคลังยืนยันว่าลดค่าธรรมเนียมได้ กสท.ก็พร้อมจะดำเนินการ
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์(กสท.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ กรณี การออกอากาศคู่ขนานทั้งในระบบทีวีอนาล็อก และทีวีดิจิตอล ของสถานีโทรทัศน์ช่อง3 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ที่ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการร่วมกับบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด หรือช่อง3 ในระบบทีวีอนาล็อก และ บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด หรือช่อง3 ในระบบทีวีดิจิตอล ในประเด็นที่บอร์ด กสท. มีมติ เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ที่ให้ บีอีซี มัลติมีเดีย ยื่นผังรายการ และหนังสือรับรองการรับผิดชอบต่อเนื้อหาการออกอากาศคู่ขนานมาให้ กสท. พิจารณาการนำช่อง 3 อนาล็อก ไปออกอากาศ ในช่อง 3เอชดี หรือช่อง33 โดยจนถึงขณะนี้ ทางช่อง3 ยังคงไม่ได้มีการยื่นผังรายการ หรือติดต่อขอหารือเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ มายัง กสท. แต่อย่างใด ทั้งนี้ หากช่อง3 ยื่นผังรายการเพื่อออกอากาศคู่ขนานมาให้ กสท. ทาง กสท. ก็พร้อมจะพิจารณาให้ทันที
"หากช่อง3 ยังไม่ยื่นผังรายการมาให้ กสท.พิจารณา ก่อนถึงวันที่ 11 ต.8. เวลา 16.00 น. จะเท่ากับว่า ช่อง 3 จะต้องจอดำบนทีวีดาวเทียม และเคเบิ้ลทีวีไป เพราะถึงเวลานั้น ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป(มัสต์แคร์รี่) จะมีผลแล้ว ส่วนศาลปกครองจากนี้ เชื่อว่า จะไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หรือทุเลาคำสั่งอีกแล้ว หรือหากจะมีก็คงเป็นการตัดสินอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งนี้จนกว่าจะถึงวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ทาง กสท. จะรายงานผลให้ทางศาลปกครองทราบเป็นระยะ” น.ส.สุภิญญา กล่าว







