posttoday
ปมเมียวดีสะเทือนแม่สอดความมั่นคงเขย่าเขต ศก.

ปมเมียวดีสะเทือนแม่สอดความมั่นคงเขย่าเขต ศก.

03 ตุลาคม 2557

หลังจากวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดการสู้รบระหว่างรัฐบาลทหารพม่าและกองกำลังชนกลุ่มน้อยบริเวณใกล้เคียงจังหวัดเมียวดี

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

หลังจากวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดการสู้รบระหว่างรัฐบาลทหารพม่าและกองกำลังชนกลุ่มน้อยบริเวณใกล้เคียงจังหวัดเมียวดี นำไปสู่คำถามว่าความมั่นคงบริเวณชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน จะกระทบการค้าการลงทุนระหว่างชายแดนแม่สอด จ.ตาก ของไทยและเมียวดีหรือไม่ อนาคตของแม่สอดในฐานะเขตเศรษฐกิจพิเศษจะเป็นอย่างไร

อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วิเคราะห์ว่าการสู้รบบริเวณพื้นที่ใกล้จังหวัดเมียวดีของพม่าจะเป็นจุดเสี่ยงที่กระทบการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยอย่างแน่นอน เพราะหากจังหวัดเมียวดีซึ่งติดกับ จ.ตาก ยังไม่สงบ ย่อมทำให้นักลงทุนขาดความมั่นใจในการลงทุนที่แม่สอด

“ไม่ใช่แค่เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่จะกระทบต่อนักลงทุนไทยที่สนใจไปลงทุนฝั่งเมียวดีด้วย เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลกลางพม่าอาจจะรับรองอย่างหนึ่ง แต่ชนกลุ่มน้อยโดยเฉพาะกลุ่มกะเหรี่ยงในพื้นที่เองอาจไม่รับรองก็ได้”

ทั้งนี้ ปี 2558 จะเป็นปีที่เข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัว ประกอบกับรัฐบาลไทยชุดปัจจุบันต้องการนำร่องพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่งอยู่แล้ว ปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดนจึงต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจต้องมีการจัดเวที “เจรจา 3 ฝ่าย” ระหว่างรัฐบาลไทย รัฐบาลพม่า และชนกลุ่มน้อยในพม่าอย่างเร่งด่วน เพื่อหาทางพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกัน

อัทธ์ เสริมว่า พื้นที่แม่สอดยังมีปัญหาอีกหลายด้าน ได้แก่ 1.ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เป้าหมายหนึ่งของการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะต้องการพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่แรงงานที่ทำงานอยู่ในแม่สอดปัจจุบัน ก็จากเมียวดีอยู่แล้ว บางโรงงานต้องดึงแรงงานมาจากเมาะลำไย ผาอัน และพะโค ซึ่งอยู่ไกลออกไป จึงยังต้องดูต่อว่าแรงงานจากเมียวดีจะพอรองรับความต้องการของฝั่งไทยหรือไม่

2.ปัญหาค่าแรง หลายบริษัทยังคงคิดว่าการใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านจะช่วยประหยัดต้นทุนค่าแรงได้มากกว่า แต่ในความเป็นจริงอาจตรงกันข้าม เมื่อมีการลงทุนในแม่สอดเต็มพื้นที่อาจต้องมีการชิงตัวแรงงานเกิดขึ้น ค่าแรงอาจยกระดับขึ้นไปถึงประมาณ 400 บาท

3.ปัญหาไร้โรงงานในเมียวดี เนื่องจากผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติยังกังวลถึงความมั่นคง ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยใช้เมียวดีเป็นแค่เพียงทางผ่านไปสู่ย่างกุ้งเท่านั้น

ด้าน สมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยว่า จะนำเสนอแนวคิดการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ระดับ ได้แก่ 1.ระดับจังหวัดคือระหว่างตากและเมียวดี และ 2.ระดับประเทศ คือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่า ในการประชุมหอการค้า 17 จังหวัด ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และพัฒนาทั้งเชิงความมั่นคงและเศรษฐกิจ เป็นการปูทางอนาคตไปสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมแม่สอดเมียวดี เพื่อให้ไทยสามารถใช้สิทธิจีเอสพีของพม่าได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ทำให้เกิดการปิดด่านชายแดนเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากนั้นการส่งออกยังเป็นไปตามปกติ ล่าสุดทางพม่าและชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงก็เจรจาวางอาวุธกันเรียบร้อย

ขณะที่ ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิชาการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่าความไม่มั่นคงทางฝั่งเมียวดีจะกระทบต่อการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของแม่สอด เพราะไทยต้องการพึ่งพาแรงงานจากทางพม่า หากมีการปิดด่านแรงงานจากพม่าก็จะเคลื่อนย้ายเข้ามาทำงานในไทยไม่ได้ การผลิตฝั่งไทยก็จะสะดุดตามไปด้วย

พร้อมเสริมว่า การทำเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณแม่สอดต้องระมัดระวัง 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ปัญหาราคาที่ดิน ปัจจุบันคนไทยแข่งเก็งกำไรที่ดินบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้ราคาสูงขึ้น 34 เท่า ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสังคมและอาชญากรรม เช่น การแย่งชิงที่ดินและมรดกกันตามมา 2.ปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก จ.ตาก เป็นพื้นที่ต้นน้ำ หากมีการพัฒนาโรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรมบริเวณดังกล่าวจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?