posttoday
ภาษีกิจการขายปลีก

ภาษีกิจการขายปลีก

03 ตุลาคม 2557

กิจการที่มีทุกท้องที่ ทุกมุมถนน ได้แก่ กิจการที่ซื้อสินค้ามาและขายไป หรือที่เรียกกิจการขายปลีก ขายของชำ ซึ่งมีตั้งแต่กิจการขนาดเล็ก ขายริมฟุตบาท ขายตามตลาดนัด ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า สินค้าที่ขายส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค มีการหมุนเวียนเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ของใช้ ของกินต่างๆ ผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ มีรายใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา บางครั้งทำเป็นงานอดิเรก แต่พอเห็นช่องทางดีกว่างานประจำ เปิดร้านขยายใหญ่โตเยอะแยะไป ปัจจุบันการขายสินค้าทางออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น มีผู้ประกอบการขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ของตนเอง หรือผ่านเว็บไซต์อื่นๆ ผู้ซื้อสินค้าได้รับความสะดวก สบาย ไม่ต้องเดินทาง มีวิธีชำระเงินที่ง่าย อีกทั้งราคาสินค้าอาจถูกกว่าการขายสินค้าหน้าร้าน เพราะมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า

กิจการที่มีทุกท้องที่ ทุกมุมถนน ได้แก่ กิจการที่ซื้อสินค้ามาและขายไป หรือที่เรียกกิจการขายปลีก ขายของชำ ซึ่งมีตั้งแต่กิจการขนาดเล็ก ขายริมฟุตบาท ขายตามตลาดนัด ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า สินค้าที่ขายส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค มีการหมุนเวียนเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ของใช้ ของกินต่างๆ ผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ มีรายใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา บางครั้งทำเป็นงานอดิเรก แต่พอเห็นช่องทางดีกว่างานประจำ เปิดร้านขยายใหญ่โตเยอะแยะไป ปัจจุบันการขายสินค้าทางออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น มีผู้ประกอบการขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ของตนเอง หรือผ่านเว็บไซต์อื่นๆ ผู้ซื้อสินค้าได้รับความสะดวก สบาย ไม่ต้องเดินทาง มีวิธีชำระเงินที่ง่าย อีกทั้งราคาสินค้าอาจถูกกว่าการขายสินค้าหน้าร้าน เพราะมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า

ผู้ประกอบกิจการที่มีเงินทุนน้อย มักประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา แต่ถ้าเงินทุนหนา ก็จัดตั้งในรูปของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และมีข่าวบ่อยครั้งจากหนังสือพิมพ์ หรือสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับผู้ขายปลีกรายย่อยในท้องถิ่นไม่พอใจผู้ค้าปลีกรายใหญ่ ไม่อยากให้รายใหญ่มาเปิดกิจการในท้องที่ เพราะทำให้ตนเองขายสินค้าไม่ดี ก็น่าเห็นใจ เพราะรายใหญ่มีเงินทุนหนา ซื้อสินค้ามาจำหน่ายได้ในราคาที่ถูกกว่า มีระบบวิธีการจัดการที่ดีกว่าอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี กิจการค้าปลีก มีภาษีที่ต้องเสียตามประมวลรัษฎากร ได้แก่ ภาษีเงินได้ และภาษีมูลค่าเพิ่ม สรุปได้ ดังนี้

ท ภาษีเงินได้ ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา มีเงินได้จากการขายสินค้าปลีก ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องนำเงินได้ ที่ได้รับมาในรอบปี ยื่นรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีละ 2 ครั้ง โดยครึ่งปีแรก ให้นำเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง มิถุนายน มายื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ด้วยแบบ ภ.ง.ด. 94 ภายในเดือนกันยายนของปีเดียวกัน และเมื่อสิ้นปีจะต้องนำเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง ธันวาคม มายื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป สามารถนำภาษีที่ชำระตามแบบ ภ.ง.ด.94 มาหักออกจากภาษีที่ชำระตามแบบ ภ.ง.ด.90 ได้

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้นำเงินได้พึงประเมิน หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน เหลือเท่าใด เป็นเงินได้สุทธิ นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ ทั้งนี้ การหักค่าใช้จ่ายสามารถหักเป็นการเหมาได้ถึงร้อยละ 80 ของเงินได้พึงประเมิน หรือเลือกหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร ( นำวิธีการหักรายจ่ายของบริษัทมาใช้โดยอนุโลม ) ส่วนการหักค่าลดหย่อนหักได้ตามสิทธิของตนเองตามที่กฎหมายกำหนด และถ้าหากมีเงินได้พึงประเมิน ตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป ต้องคำนวณภาษีอีกวิธีหนึ่ง โดยให้นำเงินได้พึงประเมินทั้งหมดไปคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.50 จะได้จำนวนภาษีต้องชำระ ( กรณี ภาษีต้องชำระไม่เกิน 5,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีตามวิธีนี้ ) ให้นำจำนวนภาษีต้องชำระไปเปรียบเทียบกับภาษีที่คำนวณจากเงินได้สุทธิ จำนวนภาษีต้องชำระวิธีใดมากกว่า ให้ชำระตามวิธีนั้น

สำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้องนำรายได้จากการขายสินค้าในรอบระยะเวลาบัญชีมารวมคำนวณหากำไรสุทธิ เพื่อใช้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งนี้การคำนวณกำไรสุทธิ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขมาตรา 65 , มาตรา 65ทวิ และมาตรา 65ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

ท ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าปลีก ไม่ว่าจะประกอบการในรูปของบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัท หากมีรายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆจากการขายสินค้าเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี /รอบระยะเวลาบัญชี ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือมีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ฯ แต่ขอจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กิจการค้าปลีกได้ขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ เว้นแต่ ลูกค้า ต้องการใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ผู้ประกอบการต้องออกให้

การออกใบกำกับภาษีสำหรับกิจการรายย่อยที่ไม่เคยมีมูลค่าของฐานภาษีในเดือนใดถึง 300,000 บาท หากลูกค้าซื้อสินค้าครั้งหนึ่งไม่เกิน 1,000 บาท ไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษี เว้นแต่ ลูกค้าร้องขอ และเมื่อสิ้นวันทำการ ให้นำยอดขายที่ไม่เกิน 1,000 บาท และยังไม่ได้ออกใบกำกับภาษี นำมารวมจำนวนอีกครั้ง เพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อเพียง 1 ฉบับ ใช้เป็นหลักฐานในการจัดทำรายงานภาษีขายในวันนั้น

ผู้ประกอบการค้าปลีกที่ขายสินค้าที่หน้าร้านค้าตนเอง หรือขายสินค้าออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของตนเอง หรือผ่านเว็บไซต์อื่นๆ มีภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม มาเกี่ยวข้องตามที่กล่าวมาข้างต้น สวัสดีครับ

สมชาย ชูเกตุ 3 ต.ค. 2557

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน