posttoday
บลจ.ทิสโก้คงเป้าหุ้น850จุด

บลจ.ทิสโก้คงเป้าหุ้น850จุด

03 มิถุนายน 2553

บลจ.ทิสโก้ เปิดผลงานไตรมาสแรกสินทรัพย์เพิ่ม 7% มั่นใจทั้งปีเข้าเป้าโต 20% ยังมองหุ้นไทย 850 จุดปีนี้ 

บลจ.ทิสโก้ เปิดผลงานไตรมาสแรกสินทรัพย์เพิ่ม 7% มั่นใจทั้งปีเข้าเป้าโต 20% ยังมองหุ้นไทย 850 จุดปีนี้ 

น.ส.อารยา ธีระโกเมน กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2553 บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) จำนวน 1.31 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2552 อยู่ที่ 1.22 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.38% โดยส่วนใหญ่เติบโตจากกองทุนส่วนบุคคล 97% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 27% ส่วนกองทุนรวมลดลงเล็กน้อยจากกองทุนเกาหลีใต้ที่ครบอายุ

นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่าปัจจุบันกองทุนรวมมีสินทรัพย์ 1.59 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทไม่เน้นวอลุ่ม แต่เน้นที่มาร์จิ้นให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะเน้นกองทุนในต่างประเทศ (FIF) มีสัดส่วน 60% ของกองทุนรวมบริษัท

อย่างไรก็ตามบริษัทยังมั่นใจว่าทั้งปีจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย 20% โดยยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมา AUM ลดลงไปบ้าง เมื่อนักลงทุนขายทำกำไรส่งผลให้สินทรัพย์กองทุน (NAV) ลดลง แต่ในภาพรวมแล้วยังถือว่ามีอัตราการเติบโตที่ดี เนื่องจากขณะนี้มีนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนในกองทุนหุ้นมากขึ้น 

“จากนี้ไปจนถึงสิ้นปี บริษัทยังเน้นออกกองทุนใหม่ๆ โดยมองหาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก เน้นการลงทุนในหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนั้นยังเน้นการให้ความรู้แก่ตัวแทน เน้นการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและให้มุมมองในการจัดพอร์ตลงทุน”นายธีรนาถ กล่าว 

นอกจากนี้บริษัทยังได้รับการจัดให้เป็นบลจ.ที่มีผลงานด้านกองทุนตราสารทุนยอดเยี่ยมของประเทศไทย ในรอบระยะเวลา 3 ปี (Best Equity Fund Group Over Three Years) จาก Lipper Fund Awards 2010

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการลงทุนธุรกิจกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล กล่าวว่า บริษัทยังคงเป้าดัชนีหุ้นไทยปี 2553 ที่ 850 จุด โดยมองว่าระดับดัชนีที่ต่ำกว่า 750 จุดเป็นจังหวะเหมาะสมที่จะทยอยเข้าไปสะสม เนื่องจากปัจจุบันราคาหุ้นไทยยังถูก เมื่อเทียบกับพี/อีที่ 9 เท่ากว่า ขณะที่โอกาสลงมีไม่มาก

นอกจากนี้มองว่าต่างชาติให้น้ำหนักที่การแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปมากกว่าการเมืองของไทย โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะโต 4-5% ขณะที่ผลดำเนินงานไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียนออกมาดีเกินคาด จึงเชื่อว่าต่างชาติจะกลับมาดูที่มูลค่าหุ้นและหลายตัวปันผล 6-7%

“ดอกเบี้ยอาจจะขึ้นปลายไตรมาส 3 หรือไตรมาส 4 ส่วนเม็ดเงินต่างชาติได้ขายหุ้นไทยจนหมดแล้ว เมื่อเทียบกับที่ซื้อมาตั้งแต่ต้นปี ต้องจับตาดูว่าต่างชาติจะเข้ามาเมื่อไร หากเข้ามาก็จะทำให้หุ้นไทยปรับตัวได้แรงกว่านี้ แต่ถ้ายังไม่เข้ามาคงขึ้นได้ไม่มาก”นายสาห์รัช กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน