
ภัยจาก Shellshock
บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Red Hat, Akamai และอื่นๆ เปิดเผยถึงช่องโหว่ Shellshock ครั้งแรกในวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา และมองว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง และเรียกได้ว่ารุนแรง
บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Red Hat, Akamai และอื่นๆ เปิดเผยถึงช่องโหว่ Shellshock ครั้งแรกในวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา และมองว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง และเรียกได้ว่ารุนแรง
โดยช่องโหว่ดังกล่าวมีชื่อว่า Shellshock (CVE20146271 และ CVE20147169) ถูกพบใน Bash (Bourne Again Shell) ซึ่งเป็น Shell หลักสำหรับ Unix และ Linux (ค่าตั้งต้น) และยังสามารถพบได้ใน Mac OS X, ระบบเซิร์ฟเวอร์ Windows บางระบบ และแม้กระทั่ง Android อีกด้วย
ช่องโหว่นี้สามารถทำการรีโมทโค้ดคำสั่งที่ทำงานได้โดยข้ามขั้นตอนการตรวจสอบการยืนยันสิทธิ ซึ่งหากมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีต้องการสร้างความเสียหาย อาจส่งโค้ดอันตรายเพื่อควบคุมระบบปฏิบัติการ สามารถเข้าถึงข้อมูลลับต่างๆ หรือแฝงตัวซุ่มโจมตีในอนาคตได้อย่างง่ายดาย
ที่บอกว่าภัยของช่องโหว่นี้รุนแรงเพราะมันมีอำนาจทะลุทะลวงเข้าระบบเพื่อโจมตีได้อย่างง่ายดาย (ความซับซ้อนต่ำ) และสามารถหลบข้ามการยืนยันสิทธิเมื่อใช้ Bash ผ่านทางสคริปต์ CGI และที่สำคัญต่างจากช่องโหว่ Heartbleed คือสามารถแพร่หลายได้มากกว่า และเข้าถึงได้ง่ายกว่า จึงก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กรในวงกว้างและรุนแรงได้มากกว่า
องค์กรหรือผู้ใช้ที่ใช้งาน Bash บนเซิร์ฟเวอร์ เดสก์ท็อป หรืออุปกรณ์ มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้ รวมไปถึงเว็บเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 500 ล้านเครื่องในโลกอินเทอร์เน็ตปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกลุ่มผู้ใช้ที่เข้าถึงเว็บไซต์ หรือบริการที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับผลกระทบของช่องโหว่นี้ ก็มีความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลธุรกิจสำคัญ อาจตกไปอยู่ในมือของอาชญากรไซเบอร์
จากความรุนแรงดังกล่าว จึงควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ในความเป็นจริงลูกค้าองค์กรยังไม่พร้อมที่จะแก้ไขได้ทันที เนื่องจากการเร่งสร้างและทำการแพตช์ในจำนวนที่มากและแตกต่าง (เช่น Linux แต่ละรุ่นที่ใช้ Bash ที่ใช้แพตช์ที่เฉพาะเจาะจง) และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ จำนวนอุปกรณ์เฉพาะด้านที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม Linux อาทิ เราเตอร์ตัวเล็กๆ ไปจนกระทั่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์เหล่านี้ไม่สามารถติดตั้งแพตช์ได้โดยง่าย
เทรนด์ไมโครมีคำแนะนำหลักๆ ให้กับกลุ่มลูกค้าองค์กร คือ ทำการประเมินสภาพแวดล้อมของคุณทั้งหมด แยกคัดกลุ่มเสี่ยงอุปกรณ์ที่อาจมีช่องโหว่ Bash ทำการแพตช์ระบบโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และการมี IPS เวอร์ชั่นล่าสุดเป็นเรื่องจำเป็น ลดความเสี่ยงจนกว่าคุณจะทำการแพตช์ได้อย่างสมบูรณ์และครบถ้วนทุกอุปกรณ์
ถ้าไม่มี IPS แนะนำให้ลองใช้ในรูปแบบบริการ (ServiceBase) ในช่วงเวลาที่คุณจำเป็น ตามระยะเวลาการวางแผนแพตช์ที่กำหนด ซึ่งในกรณีเร่งด่วนแบบนี้ ถือเป็นทางออกที่คุ้มค่าที่สุด
เทรนด์ไมโคร มีข้อแนะนำในการช่วยให้ลดความเสี่ยงจากช่องโหว่รุนแรงตัวนี้ โดยสำหรับการปกป้องเซิร์ฟเวอร์ ระดับองค์กร มีให้เลือกใช้ทั้ง
ท Deep Security สามารถแก้ไขจุดอ่อนในแบบเสมือนจริงบนเซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่นี้ โดยช่วยปกป้องระบบไว้จนกว่าจะแพตช์พร้อมสำหรับการติดตั้ง ลูกค้าปัจจุบันของเทรนด์ไมโครสามารถเปิดใช้กฎใหม่ (DSRU14028) ที่พร้อมให้โหลดใช้งานได้จากเซิร์ฟเวอร์ไลฟ์อัพเดตของเทรนด์ไมโคร และจะได้รับการปกป้องทันที นอกจากนี้ เทรนด์ไมโครนำเสนอการทดลองใช้งานฟรีด้วยฟีเจอร์ที่พร้อมสรรพผ่านทาง Deep Security as a Service ซึ่งจะช่วยแก้ไขจุดอ่อนในแบบเสมือนจริงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่มีความเสี่ยง พร้อมการปกป้องที่อัพเดตอย่างต่อเนื่อง
ท Deep Security for Web Apps สามารถตรวจจับความเสี่ยงต่อช่องโหว่บนเว็บแอพพลิเคชั่นต่างๆ ให้ผู้ดูแลระบบสามารถรู้จุดเสี่ยงต่างๆ ที่อาจมีบนเว็บแอพพลิเคชั่นขององค์กร และรับมือได้อย่างเหมาะสม ต่อไป (โดยการใช้ IPS ในการแพ็ตช์แบบเวอร์ช่วล)
ท Deep Discovery สามารถตรวจสอบ และค้นพบการโจมตี ที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ (ใช้กฎใหม่ # 1618) ผ่านเข้ามาในระบบองค์กร และสามารถแจ้งการบุกรุกระบบได้แบบเรียลไทม์ องค์กรขนาดใหญ่ ที่ไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยง และต้องการจัดการความเสียหายล่วงหน้า ขอแนะนำโซลูชั่นโดดเด่นตัวนี้นอกจากนี้ เทรนด์ไมโครยังได้เปิดทูลสำหรับการสแกนเซิร์ฟเวอร์ลินุกซ์ เพื่อใช้ในการค้นหาช่องโหว่ฟรี เพื่อให้องค์กรสามารถประเมินความเร่งด่วนของการวางแผนแพตช์ และ/หรือต้องทำการป้องกันต่อไป
ท Interscan Web Security as a Service ใช้ฐานข้อมูลเว็บเพื่อระบุไซต์ และเว็บแอพพลิเคชั่น ที่เทรนด์ไมโคร ระบุว่าได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ Bash ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถปิดกั้นการเข้าถึง เว็บไซต์เสี่ยงดังกล่าว และปกป้องผู้ใช้งาน และข้อมูลสำคัญ ข้อมูบความลับไม่ว่าผู้ใช้จะใช้อุปกรณ์ใด หรืออยู่ที่ใดก็ตาม (นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ OfficeScan โซลูชั่นรักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ ลูกข่ายสามารถป้องกันได้เช่นกัน) สามารถทดลองใช้งานฟรี 30 วันสำหรับ InterScan Web Security as a Service ได้ที่ https://forms.trendmicro.com/product_trials/service/index/us/144
ท Trend Micro AntiVirus for Mac แนะนำให้ใช้งาน รวมถึงทูลฟรีต่างๆ ที่เรามีแนะนำให้ เพื่อ ตรวจสอบว่ามีช่องโหว่ Bashไหม ระบบมีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีหรือไม่ ได้ทำการปิดกั้นการเข้าถึง เว็บไซต์เสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ Bash หรือยัง ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นผ่านเครื่องของท่าน
BASH คืออะไร?
Bash คือ Shell ของ Unix/Linux ที่ช่วยให้คุณผสานรวมคำสั่งบนระบบ Unix และ Linux ซึ่งโดยปกติแล้ว เปิดใช้งานด้วยการเชื่อมต่อผ่าน SSH หรือ Telnet นอกจากนี้ Bash ยังสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแยกวิเคราะห์ สำหรับสคริปต์ CGI บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ เช่น Apache ทั้งนี้ Bash เริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2532 และเป็น Shell ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แม้ว่าจะมี Shell อื่นๆ มากมายสำหรับ Unix แต่ละรุ่น แต่ Bash ถือเป็น Shell ตามค่าตั้งต้นสำหรับ Linux และ Mac OS X ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลาย และนั่นคือปัจจัยหลักที่ทำให้ความเสี่ยงนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะ Bash พบเห็นได้ทั่วทุกที่ และนับเป็น “หนึ่งในยูทิลิตี้ที่ได้รับการติดตั้งมากที่สุดบนระบบ Linux”
หากจะให้ยกตัวอย่าง เรียกได้ว่าประมาณครึ่งหนึ่งของเว็บเซิร์ฟเวอร์บนอินเทอร์เน็ตที่ทำงาน Apache ปกติแล้ว จะทำงานบน Linux ซึ่งใช้ Bash เป็น Shell ตามค่าตั้งต้น และปัจจุบันมีการใช้งาน เว็บไซต์มากกว่า 1 พันเว็บไซต์ ทั่วโลก ดังนั้นจึงนับเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างแท้จริง!
ทั้งนี้ หากคุณเป็นผู้ใช้ (Enduser) ให้มองหาแพตช์สำหรับเครื่อง Mac โทรศัพท์ Android หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่คุณอาจใช้งานอยู่ และหากคุณมีผู้ดูแลรับผิดชอบ (ในฐานะองค์กร) ให้ติดตั้งแพตช์ทันทีที่พร้อมใช้งาน สำหรับอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยง ขณะเดียวกันอาจใช้ Interscan Web Security as a Service เพื่อปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง(โดยใช้ประโยชน์จากบริการฐานข้อมูลเว็บ หรือ Web Reputation ของเทรนด์ไมโคร)
หากคุณเป็นลูกค้าที่ใช้บริการโฮสต์ ให้ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อสอบถามว่าระบบของเขามีความเสี่ยงหรือไม่ และสอบถามเกี่ยวกับแผนการแก้ไขปัญหา หากต้องการแก้ไขจุดอ่อนอย่างรวดเร็วสำหรับเซิร์ฟเวอร์และแอพพลิเคชั่นที่คุณรันบนบริการดังกล่าว ให้ใช้ IPS เช่น Deep Security เพื่อแก้ไขจุดอ่อนในแบบเสมือนจริง







