posttoday
ยอมรับความจริง

ยอมรับความจริง

01 ตุลาคม 2557

อีกไม่นานสภาปฏิรูปแห่งชาติก็จะเริ่มทำงานกันแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยเรา “ประกาศ” จะปฏิรูป เราปฏิรูปกัน มาหลายครั้งโดยเฉพาะการปฏิรูปการเมือง แต่ในอดีตทุกครั้งที่เราปฏิรูป เรามักจะเอาภาระการปฏิรูปไปให้กับ “คนบางกลุ่มบางพวก” ที่เรา “เชื่อ” กันว่าคนเหล่านั้นน่าจะเก่งพอที่จะปฏิรูปประเทศได้ ผลก็คือประเทศเราไม่เคยมีการปฏิรูปจริงจังเสียที

อีกไม่นานสภาปฏิรูปแห่งชาติก็จะเริ่มทำงานกันแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยเรา “ประกาศ” จะปฏิรูป เราปฏิรูปกัน มาหลายครั้งโดยเฉพาะการปฏิรูปการเมือง แต่ในอดีตทุกครั้งที่เราปฏิรูป เรามักจะเอาภาระการปฏิรูปไปให้กับ “คนบางกลุ่มบางพวก” ที่เรา “เชื่อ” กันว่าคนเหล่านั้นน่าจะเก่งพอที่จะปฏิรูปประเทศได้ ผลก็คือประเทศเราไม่เคยมีการปฏิรูปจริงจังเสียที

ครั้งนี้เราพลาดไม่ได้แล้วนะครับเพราะไทยเราตอนนี้อยู่ในสภาพอ่อนแอเหลือเกิน 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากสภาพสังคมที่แตกแยกเป็นหมู่เป็นเหล่าแล้ว สภาพเศรษฐกิจเราก็เติบโตได้ต่ำมากๆ โตเฉลี่ยแค่2.9 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆ ที่ประเทศใน AEC ด้วยกันเขาโต 5 6 7 เปอร์เซ็นต์กันหมด

ผมมีข้อเสนอในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ดังนี้ครับ

หนึ่ง ก่อนจะปฏิรูปประเทศเราต้องยอมรับความจริงกันเสียก่อนว่า 10 ปีที่ผ่านมาไทยเรามีพัฒนาการที่ถอยหลังลงทุกด้าน เศรษฐกิจ การเมือง สังคม การบริหารจัดการภาครัฐ คอร์รัปชั่น ฯลฯ ที่สำคัญการถอยหลังในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้เป็นการถอยหลัง “อย่างแรง” เสียด้วย ถ้าเราไม่ยอมรับความจริงข้อนี้ เราก็จะปฏิรูปอย่างใจเย็น ค่อยเป็นค่อยไปซึ่งผมว่ามันจะสายเกินการ

สอง เราต้องหาสาเหตุที่ทำให้เราถอยหลังอย่างแรงให้เจอเสียก่อน เอาล่ะเราอาจจะโทษความแตกแยกทางการเมืองว่าเป็นสาเหตุ แต่ผมว่านั่นเป็นเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้นนะครับ ยิ่งเรื่องเศรษฐกิจที่โตน้อยส่งออกไม่โต นี่ผมว่าเราจะโทษเรื่องความแตกแยกทางการเมืองไม่ได้เลยนะครับ เพราะทุกรัฐบาลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาต่างแย่งกันเอาใจประชาชน ลดแลกแจกแถมอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากมาย ผมวิเคราะห์ว่าที่เศรษฐกิจไทยถอยหลังอย่างแรง เป็นเพราะเราไม่มียุทธศาสตร์ประเทศที่ชัดเจน พอทิศทางการพัฒนาประเทศไม่ชัดเจนไปบวกกับการควบคุมดูแลการจัดทำงบประมาณไม่ให้รั่วไหลอ่อนแอ นักการเมืองก็เลยรวมหัวกับราชการและเอกชน มารุมทึ้งเอางบประมาณไปลงทุนทำโครงการอะไรก็ได้ที่ได้ “เงินทอน” เร็ว เพราะไม่มีหน่วยงานไหนจะสามารถมาค้านได้ว่าโครงการเหล่านั้นไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ก็เขียนไว้ซะกว้างเวิ้งว้างจนใครทำโครงการอะไรก็สามารถเอามาอ้างได้ว่าสอดคล้องยุทธศาสตร์ประเทศได้หมด

สาม ถ้ายอมรับความจริงในข้อหนึ่งและข้อสองแล้ว ผมอยากให้ไทยเรายอมรับความจริงที่สำคัญที่สุด ในความเห็นของผมก็คือ เราเขียนยุทธศาสตร์กันไม่เป็น ผมจึงอยากให้สภาปฏิรูปแห่งชาติไปหยิบเอายุทธศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซียและเกาหลีใต้มาดูว่า เขาเขียนยุทธศาสตร์กันอย่างไรประเทศเขาถึงได้พัฒนาไปได้เร็วกว่าเรา ทั้งๆ ที่ในอดีตประเทศเหล่านี้ก็เจริญพอๆ กับเรา อย่าพยายามเขียนเองเลยครับเสียเวลาเปล่าๆ และอย่าให้สภาพัฒน์มาเขียนด้วยเพราะสภาพัฒน์ก็เขียนไม่เป็นเหมือนกัน

สี่ ผมอยากให้ไปศึกษารูปแบบการปฏิรูปประเทศของมาเลเซียที่เขาใช้ชื่อว่า ONE MALAYSIA ซึ่งเป็นการปฏิรูปทั้งการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเดือดร้อนและการปฏิรูปเศรษฐกิจ มาเลเซียเขาตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อติดตามเร่งรัดการปฏิรูปให้ได้ผลตามเป้าหมายที่เขาตั้งเอาไว้ที่ชื่อ PEMANDUมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งมาเป็น CEO คอยกำกับดูแล เมื่อปี พ.ศ. 2524 คนมาเลเซียมีรายได้เฉลี่ยมากกว่าคนไทย2,000 บาท แต่ด้วยการปฏิรูปประเทศสองรอบตามยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ 2020 ของนายกฯ มหาเธร์ และ ONE MALAYSIA วันนี้คนมาเลเซียมีรายได้เฉลี่ยมากกว่าคนไทย 1.6 แสนบาท และกำลังจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทิ้งประเทศไทยให้ติดกับดักประเทศกำลังพัฒนาต่อไป

อ่านต่อฉบับหน้า

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?