
ไหมไทยลุยตลาดไฮเอนด์
ไหมไทยเปิดตลาดใหม่แฟชั่นชั้นสูง ดึงผู้ผลิตต้นน้ำเพิ่มมูลค่า ปูทางเข้าแบรนด์เนมระดับโลก
ไหมไทยเปิดตลาดใหม่แฟชั่นชั้นสูง ดึงผู้ผลิตต้นน้ำเพิ่มมูลค่า ปูทางเข้าแบรนด์เนมระดับโลก
นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า สถาบันมุ่งพัฒนากลุ่มผ้าผืนไหมไทยคุณภาพระดับสูง เพื่อเตรียมเข้าไปทำตลาดใหม่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะเจ้าของแบรนด์เนมระดับบน (ไฮแบรนด์) ในยุโรป อาทิ กุชชี่ แอร์เมส ฯลฯ ซึ่งขณะนี้สนใจใช้วัตถุดิบผ้าไหมไทยทำสินค้าแฟชั่นภายใต้แบรนด์ดังกล่าว
ทั้งนี้ สถาบันอยู่ระหว่างพัฒนาผู้ผลิตวัตถุดิบของไทยตั้งแต่ต้นน้ำ เบื้องต้นมีโรงงานผู้ปั่นด้าย เส้นใยผ้า กลุ่มงานถัก เส้นใยขนสัตว์ และงานพิมพ์ ทำงานร่วมกับสถาบัน 4 ราย คือ สปัน ซิลค์ เวิลด์, วิชั่น เท็กซ์, อาร์ 3 และซีซีพี เท็กซ์ไทล์ พร้อมดึงนักออกแบบแฟชั่นจากอิตาลี พัฒนาต้นแบบผ้าผืนไหมไทยระดับสูงจำนวน 40 ชิ้น คาดใช้ระยะเวลาราว 6 เดือนนับจากนี้ จะสามารถผลิตผ้าผืนออกสู่ตลาดต่างประเทศได้
สำหรับแผนพัฒนาผ้าผืนไหมไทยดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ “ไทย ซิลค์แคชเมียร์” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลประเทศไทยและมองโกเลีย ครั้งแรกในรอบ 40 ปี โดยนำวัตถุดิบเส้นใยธรรมชาติของสองประเทศคือ ไหมไทย และเส้ยใยแคชเมียร์ มาผสมผสานเป็นเส้นไหมแคชเมียร์ มีคุณสมบัติเงางามแต่นุ่มและเบาให้ความหรูหรา ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูงอยู่ที่ 2,000 บาทต่อตร.ม. และผ้าผืนราว 5,000 บาทต่อชิ้น
“โครงการนี้จะมาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ไหมไทยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากปัจจุบันผ้าไหมไทยจะบริโภคหลักในประเทศมีตลาดเฉพาะกลุ่มมีราคาขายราว 700-1,000บาท/ตร.ม.” นายชาญชัย กล่าว
สำหรับสิ่งที่ประเทศมองโกลเลียได้รับจากความร่วมมือโครงการฯ คือ ขยายตลาดเส้นใยแคชเมียร์ออกมาสู่ตลาดใหม่ จากเดิมที่ใช้เส้นใยแคชเมียร์ผสมกับไหมจีน เพื่อผลิตผ้าผืนเป็นหลัก







