posttoday
S&Pพบบริษัทไทยโตเร็วสุด

S&Pพบบริษัทไทยโตเร็วสุด

01 ตุลาคม 2557

กลุ่มซีพีดาวรุ่งหนี้พุ่งรุกซื้อกิจการการบินไทยบ้านปูไออาร์พีซีขาลง

กลุ่มซีพีดาวรุ่งหนี้พุ่งรุกซื้อกิจการการบินไทยบ้านปูไออาร์พีซีขาลง

เอสแอนด์พีพบ 20 บริษัทขยายตัวเร็วที่สุดในอาเซียนทำหนี้พุ่งตาม 2 เท่าใกล้เคียงสิงคโปร์

นายซาเวอร์ เจน นักวิเคราะห์สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ผลการใช้เงินทุนมหาศาลในการรุกซื้อกิจการของบริษัทไทยในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา อาจฉุดคุณภาพเครดิตในช่วง 12 เดือนข้างหน้าได้ เพราะส่งผลให้หนี้พุ่งขึ้น

ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมาหนี้ของบริษัทไทยได้พุ่งขึ้น 2 เท่าใกล้เคียงการเพิ่มขึ้นของหนี้บริษัทในสิงคโปร์ แต่มากกว่าบริษัทในอินโดนีเซียและมาเลเซีย

ตั้งแต่ปี 2551 และไตรมาสแรกปีนี้บริษัทไทยรุกซื้อกิจการ 6 แสนล้านบาท หรือซื้อกิจการมากกว่า 50 บริษัท จาก 100 บริษัท ที่มีการซื้อกิจการ

ส่งผลให้ปี 2556 กระแสเงินสดบริษัทไทยลดลงเป็นผลจากรายได้ที่ลดลงมาที่ 6% จากปี 2555 ที่ 13% และ 2554 ที่ 15% ทำให้สัดส่วนหนี้ต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมเพิ่มมาที่ 3 เท่า จากปี 2551 อยู่ที่ 2 เท่า

“เราคาดว่าบริษัทไทยจะระดมทุนเพิ่มพร้อมกับจ่ายปันผล และคาดว่าไตรมาสแรกปีนี้มีการใช้ทุนเพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน” นายเจน กล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทที่เติบโตเร็วในประเทศไทยคือ กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์มีการเติบโตเร็วที่สุด เพราะมีทั้งกิจการซูเปอร์มาร์เก็ต อาหาร และสื่อสาร

นอกจากนั้น นายเจน ยังกล่าวว่า กลยุทธ์การเติบโตของกลุ่มบริษัทไทยไม่สามารถคาดเดาได้ที่ทำให้มีความเสี่ยงยากที่จะตีความเพราะไม่สามารถเห็นภาพได้ทั้งหมด เพราะบางบริษัทอยู่นอกตลาด

รายงานของเอสแอนด์พี ระบุว่า สิ้นปี 2556 ที่ผ่านมาสัดส่วนหนี้ต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) สูงสุดถึงเกือบ 12 เท่า เพราะเป็นบริษัทที่ระดมทุนเพื่อกลยุทธ์ขยายกิจการของกลุ่มซีพี ส่งผลให้สัดส่วนหนี้เพิ่มมากกว่า 2 เท่า จากจุดต่ำเมื่อปี 2553

เอสแอนด์พี ระบุว่า กลยุทธ์ระดมทุนและความเสี่ยงทางด้านการเงินของบริษัทไทยที่ทบทวนนั้นมีความแตกต่างกันมากประมาณ 30% หนี้มากและปรับลดลงภายในไตรมาสเดียว

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางธุรกิจนั้นมีความเหมาะสม บริษัทส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่และอยู่ในกลุ่มที่ดี

สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงคือ สายการบิน ปิโตรเคมี และเหมืองแร่ เพราะจัดเป็นธุรกิจที่อ่อนแอ

ทั้งนี้เอสแอนด์ พี จัดว่าบริษัท บ้านปู เป็นธุรกิจที่อ่อนแอเพราะมีความเสี่ยงจากธุรกิจเหมืองที่อินโดนีเซีย บริษัทไออาร์พีซี อ่อนแอ เพราะกำไรผันผวนและมีหนี้สูง บริษัท การบินไทย อ่อนแอ มีหนี้สูง เป็นต้น

ด้าน ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน (TK165A TK167A และ TK173A) ของบริษัท ฐิติกร (TK) ที่ระดับ A ด้วยแนวโน้มคงที่

ทั้งนี้ อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงคณะผู้บริหารที่มีความสามารถและประสบการณ์ที่ได้รับการยอมรับในธุรกิจสินเชื่อรถจักรยานยนต์ ตลอดจนความสามารถในการดำรงสถานะผู้นำตลาด การมีตลาดที่กระจายตัวทางภูมิศาสตร์ผ่านเครือข่ายสาขาที่กว้างขวาง รวมถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามอันดับเครดิตยังคงมีข้อจำกัดจากความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของธุรกิจ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลักเพียงประเภทเดียวคือสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ รวมถึงการมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีความอ่อนไหวต่อการถดถอยของภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน