
เรียนจาก Patek!! ตอนที่ 1
หลายคนอาจรู้จักนาฬิกา Patek Philippe เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนมีเงินว่างั้น เรื่องนี้ผมว่าน่าสนใจ เพราะโดยมากคนทั่วไปมักจะพูดว่า “คนรวยน่ะโง่ ชอบซื้อของแพง”
หลายคนอาจรู้จักนาฬิกา Patek Philippe เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนมีเงินว่างั้น เรื่องนี้ผมว่าน่าสนใจ เพราะโดยมากคนทั่วไปมักจะพูดว่า “คนรวยน่ะโง่ ชอบซื้อของแพง”
เออ...เป็นคำพูดที่น่าคิดมากว่า “คนรวยเขาโง่จริงๆ เหรอ ที่ชอบซื้อแต่ของแพง” ผมว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือ คุณสังเกตไหมว่าคนรวย เขาก็มักจะรวยต่อไปเรื่อยๆ ลูกหลานก็มักจะยังรวยอยู่ แต่ทำไมคนถูกหวย เขารวยแป๊บเดียว แล้วสักพักก็กลับไปจนเหมือนเดิม
ใช่!! คนทั่วไปมักเอาแบบอย่างของนักเสี่ยงโชคหรือนักพนัน ที่ถูกหวย เอามาเป็น Idol ในชีวิต ว่าวันหนึ่งฉันคงต้องมีโชคกับเขาบ้าง ก็ตั้งหน้า ตั้งตาเจียดเงินทุกเดือนซื้อหวย สุดท้ายคนที่ทำแบบนี้มีประมาณล้านคน แต่จะมีแค่ 1 คน ที่ถูกหวย แล้วทั้งหมดก็กลับไปจนเหมือนเดิม ตลก ไหม!!
ที่เล่าเรื่องพวกชอบซื้อหวย คือ พวกนักฝัน คิดว่าความรวยมันจะหล่นจากฟากฟ้า มาปั๊บ เราจะเป็นเจ้าชาย เจ้าหญิง ทันที ...แต่หารู้ไม่ ถึงถูกหวยจริง ก็ไม่รอด รวยได้ไม่นาน ก็กลับไปจน เพราะสิ่งที่เขาไม่มี คือ Mindset ของคนรวย
คำว่า “Mindset” คุณรู้ไหมว่า อันนี้แหละที่มีมูลค่ามหาศาล ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน
คิดง่ายๆ ถ้ามีเด็กนักศึกษาจบใหม่ให้เขาเลือกเงิน 1 ล้านบาท เอาไปเลย กับให้เลือกว่า คุณไม่ได้ 1 ล้านบาท แต่คุณจะ Mindset ของคนรวย เชื่อหรือไม่ว่า 99.99% ของนักศึกษาเหล่านั้นต้องเลือกเอาเงิน 1 ล้านบาท
สุดท้ายไอ้พวกที่เลือก 1 ล้านบาท มันก็ไม่รวยไง...
ฮึมใช่!! มันจะมี 0.01% ของคนที่เลือกเอา Mindset ของเศรษฐี...ครับ ผมอยากเล่าแนวคิดของ Patek Phillippe ให้ฟัง ...Patek เป็นนาฬิกาหรูที่เป็นธุรกิจส่งต่อมาถึงทายาทรุ่นที่ 4
คุณทราบหรือไม่ว่า วันนี้ Brand หรูส่วนใหญ่กลายเป็นของ บริษัทมหาชนไปหมดแล้ว แต่ Patek เป็นธุรกิจครอบครัวที่ยังเป็นของครอบครัวอยู่
ความน่าสนใจของ Patek มันอยู่ที่เป็นธุรกิจสร้าง Asset
แปลกตรงไหน!! หลายคนก็อาจจะคิดว่าไม่แปลก คนทำนาฬิกามีมากมาย ไม่เห็นจะน่าสนใจ ...ใช่!! นาฬิกาทั่วไปที่คนทั่วๆ ไปใส่ มันคือขยะตั้งแต่วันที่เราซื้อมานั่นแหละ เพราะมูลค่ามันลดลงเรื่อยๆ ...เอาง่ายๆ ว่าผ่านไปไม่กี่ปี ก็เตรียมโยนลงถังขยะได้แล้ว ลองคิดถึงนาฬิกาที่ใส่ตอนประถมหรือตอนมัธยม ผมถามหน่อยว่า นาฬิกาพวกนั้นอยู่ไหนแล้วครับ ...ใช่!! อยู่ในถังขยะ
แต่คุณรู้รึไม่ว่า นาฬิกาหรูของลูกคนรวยที่เรามองว่าคนรวยโง่ซื้อของแพงให้ลูก วันนี้ผ่านไป 20 ปี นาฬิกาอย่าง Patek หรือ Rolex ยังคงใช้ได้อยู่ แถมราคาสูงขึ้น ...บ้าไปแล้ว ส่วน Casio สุดหรูของเรากลับไม่เหลือราคา
ครับ!! สิ่งที่ผมอยากจะชี้คือ ในโลกนี้ที่ผมเคยบอกว่า Mindset ที่แบ่งระหว่างคนรวยกับคนจน ก็คือการเข้าใจ Asset
คนรวยก็คือคนที่ทำงานหนัก แล้วมีเงินเท่าไหร่ ก็เตรียมไว้เปลี่ยนเป็น Asset ซื้อในเวลาที่เหมาะสม แล้วเก็บสะสม Asset ดีๆ ไว้ชั่วชีวิต ซึ่งของเหล่านี้สุดท้าย มันก็คือมรดกที่คนรวยเขาส่งต่อ พร้อมสอนแนวคิดออมใน Asset ต่อไปให้ลูกหลาน เช่น ที่ดิน หุ้น ทอง นาฬิกา
ส่วนคนจนก็คือคนทำงานหนักไม่ต่างจากคนรวย แต่มีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อขยะเก็บสะสม สุดท้ายเวลาผ่านไป เขาเพิ่งรู้ว่าบ้านที่เขาอยู่ นาฬิกาที่เขาใช้ กระเป๋าหรูบางยี่ห้อ ของหรูที่เก็บเงินซื้อ โทรศัพท์สุดแพง บ้าบอเหล่านี้ ทุกอย่างกลายเป็นขยะ ชีวิตสะสมขยะ เพราะไม่มีความรู้ ไม่มี Mindset ที่แยกออกระหว่าง Asset กับขยะ
สิ่งที่เราเรียนรู้จาก Patek ก็คือเขาเป็นธุรกิจที่สร้างนาฬิกา ที่ส่วนใหญ่เป็นขยะ แต่ Patek สร้างนาฬิกาของเขาให้เป็น Asset ข้อดีของ Asset คือ ยิ่งเวลาผ่านไป ของที่เขาขายราคาจะเพิ่มขึ้น แปลว่าพ่อค้า Patek แม้จะเป็นพ่อค้าที่ห่วย ขายของไม่เก่ง ก็รวย เพราะไม่ว่าจะขายได้หรือไม่ได้ ก็รวยอยู่ดี เพราะของที่ขายมันคือ Asset
หลักการของ Asset มันทำยาก เพราะมันต้องมี 3 ปัจจัย คือ มนุษย์ต้องการ มีจำนวนจำกัด และยิ่งเก็บราคายิ่งเพิ่ม
พูดแค่นี้ ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านมองไปรอบๆ บ้านตัวเอง ก็คงขนหัวลุกว่า เฮ้ย!! ทั้งชีวิตกรูสะสมแต่ขยะ ...ใช่ครับ เรียนรู้จาก Patek เปลี่ยนเถอะ เลิกทำตัวเป็น “คนเก็บขยะได้แล้ว” ถ้าเปลี่ยน Mindset ตรงนี้ได้ ลูกหลานจะรักคุณขึ้นอีกเยอะ
เออ... มรดกที่คุณปู่เก็บไว้ให้คุณ ...บ้าแล้ว มีแต่ขยะ!! ขอ Asset เถอะครับ ได้ไหม?







