
ธปท.ยืนแผนเดิมไม่เลื่อนใช้เอทีเอ็มฝังชิป
ปัญหาการใช้เครื่องมือคัดลอกข้อมูลของบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องสกิมมิ่ง ที่ถูกนำไปติดตั้งตามเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์ นับวันจะรุนแรงขึ้น และมีรูปแบบที่ซับซ้อนหลากหลายขึ้น แม้ธนาคารพาณิชย์จะพยายามหาทางป้องกันและเตือนผู้ใช้บริการ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถลดทอนอาชญากรรมดังกล่าวได้
ปัญหาการใช้เครื่องมือคัดลอกข้อมูลของบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องสกิมมิ่ง ที่ถูกนำไปติดตั้งตามเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์ นับวันจะรุนแรงขึ้น และมีรูปแบบที่ซับซ้อนหลากหลายขึ้น แม้ธนาคารพาณิชย์จะพยายามหาทางป้องกันและเตือนผู้ใช้บริการ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถลดทอนอาชญากรรมดังกล่าวได้
ที่ผ่านมาจึงมีการพูดถึงการเร่งให้ธนาคารพาณิชย์ใช้ระบบบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ฝังระบบชิปการ์ดให้เร็วขึ้น เพื่อป้องกันการถูกคัดลอกข้อมูล
อย่างไรก็ตาม จิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธปท.ยังคงดำเนินการตามแผนงานเดิมที่กำหนดไว้ คือภายในเดือน ธ.ค. 2558 ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบต้องมีตู้เอทีเอ็มที่รองรับชิปการ์ดได้ ส่วนบัตรใหม่ที่เปลี่ยนจากบัตรในระบบแถบแม่เหล็กเป็นระบบชิปการ์ดทั้งหมดนั้น จะเริ่มออกใช้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 และในระหว่างที่ยังไม่มีการเปลี่ยนไปใช้ระบบชิปการ์ดอย่างสมบูรณ์ ก็จำเป็นที่จะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคต่อไป
นอกจากนี้ ธปท.ยังได้ตรวจสอบศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ถึงกระแสข่าวที่ว่า พบตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นย่านตลาดนัดเชิงทะเล จ.ภูเก็ต ถูกสกิมมิ่ง จนธนาคารเจ้าของบัตรสั่งอายัดบัตรถึง 173 ใบ พบว่า ศคง. ไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว และนับตั้งแต่เดือน ม.ค.-ส.ค.ปีนี้ เรื่องร้องเรียนในกรณีที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์จากประชาชนยังอยู่ในระดับปกติ โดย ธปท.เห็นว่าระบบธนาคารพาณิชย์มีการติดตาม ดูแล และให้ความรู้แก่ลูกค้าในเรื่องข้อควรระมัดระวังในการใช้ตู้เอทีเอ็มในระดับที่ดี
ด้าน ทวี ธีระสุนทรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารมีการเตรียมติดระบบชิปตามนโยบายของ ธปท.อยู่แล้ว ส่วนจะเร่งนำชิปมาใช้เร็วขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายของ ธปท.มากกว่า เพราะเทคโนโลยีต่างๆ ขณะนี้ไม่ใช่แค่ชิปแต่สามารถดำเนินการผ่านโทรศัพท์ได้แล้ว เพียงนำเบอร์ไปลงทะเบียนในระบบแอนดรอยด์ หรือแอปเปิ้ลเปย์ก็ได้หน้าบัตรไปใช้ได้ แทบไม่ต่างจากบัตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
สำหรับชิปการ์ดถือเป็นเทคโนโลยีที่สูงมากอีกระดับหนึ่งที่ช่วยป้องกันการสกิมมิ่งได้ดีกว่า โดยเครื่องสกิมมิ่งกับเครื่องรูดบัตรอีดีซีมีศักยภาพการดูดข้อมูลแทบไม่ต่างกัน แต่สกิมมิ่งมีการขโมยข้อมูลบัตรผ่านตู้เอทีเอ็มที่เอาไปติดเอทีเอ็มทั่วประเทศ แต่เครื่องอีดีซีรับรูดซื้อสินค้าที่ต้องการ ยกเว้นเจ้าของร้านเป็นมิจฉาชีพรูดเอาข้อมูลของลูกค้าเอง ซึ่งเมืองไทยไม่ค่อยเกิดปัญหานี้ ไม่เหมือนมาเลเซียและเวียดนาม
ทวี กล่าวว่า ข้อจำกัดของการเปลี่ยนระบบเอทีเอ็มเป็นชิปการ์ด คือผู้ให้บริการระบบมีจำนวนน้อยไม่ถึง 10 ราย ขณะที่สถาบันการเงินในประเทศมีมากกว่าหลายเท่าตัว จึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนระบบได้เร็ว นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดด้านเงินทุน โดยเฉพาะธนาคารรายเล็กๆ จึงจำเป็นต้องใช้วิธีทยอยปรับเปลี่ยน แต่สุดท้ายทุกธนาคารจะปรับระบบเอทีเอ็มเป็นชิปการ์ดหมดภายในปี 2559 ตามที่ ธปท.กำหนด
“แบงก์ชาติเข้าใจข้อจำกัดนี้อย่างดี จึงกำหนดกรอบเวลาให้พอสมควรและไม่ได้เปลี่ยนกำหนด เพราะสิ่งสำคัญคือการเชื่อมระบบระหว่างธนาคารเพื่อความสะดวกของผู้บริโภค” ทวี กล่าว
ทั้งนี้ การเกิดสกิมมิ่งในไทยที่ได้ยินบ่อยครั้งในช่วง 34 ปีที่ผ่านมา สำหรับธนาคารกสิกรไทยมีความเสียหายไม่มาก ไม่ถึง 4 ล้านบาท โดยปีที่แล้วเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท และล่าสุดเสียหาย 7 แสนบาท โดยลูกค้าไม่กระทบ เพราะธนาคารชดเชยให้ทุกกรณี
ก่อนหน้านี้ จาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธปท. ระบุว่า คณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.) กำหนดให้บัตรทุกประเภทที่ออกหลังเดือน ธ.ค. 2558 ต้องติดชิปทั้งหมด โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านต้องใช้ 2 ระบบ คือ ตู้เอทีเอ็มต้องรองรับทั้งบัตรแถบแม่เหล็กที่ใช้อยู่เดิมและรองรับบัตรระบบชิปด้วย เหตุที่ให้ใช้บัตรระบบชิป เพราะไม่สามารถก๊อบปี้ หรือโจรกรรมข้อมูลได้ มีเทคโนโลยีป้องกันที่ปลอดภัยเหมือนของระบบบัตรเครดิตที่เอามาใช้ก่อนหน้านี้
“แต่เรื่องยากของการเปลี่ยนผ่านเรื่องนี้ คือต้องทำให้ตู้เอทีเอ็มรองรับชิปด้วย ปัจจุบันมีตู้เอทีเอ็มมากประมาณ 5.6 หมื่นตู้ ในจำนวนนี้ประมาณ 3.5 หมื่นตู้ออกมาหลังปี 2553 สามารถรองรับชิปการ์ดได้ นอกจากนี้ยังต้องให้เวลาธนาคารในการเปลี่ยนบัตรจากแถบแม่เหล็กเป็นชิปให้ลูกค้าด้วย เพราะธนาคารบอกว่า บังคับลูกค้าให้มาเปลี่ยนทันทีไม่ได้ ต้องใช้เวลา คาดว่าปี 2558 ธนาคารส่วนใหญ่ใช้งานครบอายุที่ต้องเปลี่ยน ซึ่งแบงก์ส่วนใหญ่รับทราบและเตรียมการแล้ว” จาตุรงค์ กล่าว







