
หุ้นไทยปรับฐานปิดร่วง14.37จุด
หุ้นไทย 29 ก.ย. ปิดที่ 1,585.79 จุด ลดลง 14.37 จุด มูลค่า 60,926 ล้านบาท
หุ้นไทย 29 ก.ย. ปิดที่ 1,585.79 จุด ลดลง 14.37 จุด มูลค่า 60,926 ล้านบาท
หลังแตะ 1600 จุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา วันที่ 29 ก.ย.ดัชนีหุ้นไทยปรับฐานลดลง14.37จุดหรือลดลง 0.90%
ดัชนีปิดที่ 1585.79 จุด ด้วยมูลค่าการซื้่อขาย 60926.86 ล้านบาท ดัชนีเคลื่อนไหวระหว่าง 1578.99-1602.21 จุด
มูลค่าซื้อขาย 5อันดับแรก
BBL ปิดที่ 203.00 บาท -5.00บาท (-2.40%)
TRUEปิดที่ 12.10บาท -0.30บาท (-2.42%)
ADVANC ปิดที่ 223.00 บาท -3.00บาท (-1.33%)
S ปิดที่ 11.20บาท +2.30 บาท(+25.84%)
PTT ปิดที่ 353.00บาท -4.00บาท (-1.12%)
แรงขายกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่อย่าง BBLมาจาก แรงกดดันจากการ การถูกลดน้ำหนักจาก MSCI ซึ่งมีผลวันนี้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ธนชาต มองเป็นจังหวะ “ซื้อ” ด้วยแนวรับ 205-206 และถัดไปที่ 202 บาท) , CPALL, ADVANC และ PTT กดดัน ดัชนีปรับลดลงเช้านี้ รวมไปถึงตลาดหุ้น ฮ่องกง ที่ปรับลดลงแรง 2% เนื่องจากปัญหาการเมืองในประเทศ กดดัน บรรยากาศของตลาดหุ้นภูมิภาค
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บล.ธนชาตยังคง แนะนำ “ซื้อ” โดยให้เป้าหมาย 1,630 จุดและคงมุมมองเชิงบวกต่อ ดัชนี เหมือนเดิม ด้วยเป้าหมายการปรับสูงขึ้นระยะสัปดาห์ที่ 1,630 จุด ปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเพิ่มเติมจากการประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.)สัปดาห์นี้ หลังรัฐบาลมีแผนเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 รวมไปถึงการเข้าเก็งกำไรผลการดำเนินงานไตรมาส 3 หุ้นกลุ่มธนาคาร
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)วันที่ 2 ต.ค.นี้ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐคืนวันศุกร์ที่ 3 ต.ค.นี้ ทั้งนี้กลยุทธ์หลักยังเน้นไปที่กลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจภายในประเทศ ต่อเนื่อง ได้แก่ กลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้าง อย่าง KBANK BBL CK STEC SPALI QH LPN รวมไปถึงหุ้นขนาดกลางอย่าง SAPPE และ TUF ขณะที่หุ้นกลุ่มค้าปลีก เริ่มมีสัญญาณ “ฟื้นตัว” ทางเทคนิคของ HMPRO ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน ด้วยเป้าหมายระยะสั้นที่ 11.0 บาท จากแนวโน้มอัตราเติบโตยอดขายต่อสาขาเดิมเป็นบวกต่อเนื่อง ขณะที่ในทางพื้นฐานแนะนำแค่ “ถือ” เป้าหมาย 10.50 บาท







