
ทันสถานการณ์
ปล่อยผีสำรวจแร่ ทำเหมือง 100 ใบ
ปล่อยผีสำรวจแร่ ทำเหมือง 100 ใบ
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้หารือกับสภาการเหมืองแร่ถึงปัญหาการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ที่มีความล่าช้ามาก บางรายยื่นขอประทานบัตรมาตั้งแต่ปี 2539 แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต บางรายยื่นขอประทานบัตรผ่านทุกขั้นตอนแล้ว แต่เรื่องมาค้างอยู่ที่ขั้นตอนการลงนามของรัฐมนตรีนานถึง 6 ปี โดยล่าสุดได้ลงนามอนุญาตใบอาชญาบัตรสำรวจแร่และประทานบัตร ซึ่งอนุญาตทำเหมืองแร่ที่ค้างอยู่กว่า 100 ใบ มูลค่าการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท
โรงงานน้ำตาลชงโมเดลลอยตัวราคา
นายวิบูลย์ ผาณิตวงศ์ รองประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ทาง 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายได้เสนอแนวทางการสนับสนุนการปล่อยลอยตัวราคาน้ำตาลทรายให้สะท้อนราคาตลาดโลกไปยังชาวไร่อ้อย และนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรมแล้ว โดยแนวทางนี้จะยังทำให้ชาวไร่อ้อยมีแหล่งเงินทุนสำหรับดูแลราคาอ้อยกรณีต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ด้วยการกำหนดให้เก็บเงินจากปริมาณการจำหน่ายน้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 1 บาทเมื่อคำนวณจากผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ล้านตันจะได้เงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาทเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาล
ปัจจุบันกองทุนอ้อยฯมีรายได้จากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย 5 บาทต่อกก.มีรายได้ปีละ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาทโดยนำมาชำระหนี้ที่กู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.)ที่กู้เพิ่มค่าอ้อยที่ผ่านมา ซึ่งในประเด็นที่ห่วงว่าหากลอยตัวราคาน้ำตาล จะมีวิธีบริหารช่วยเหลือชาวไร่ในเรื่องราคาอ้อยอย่างไรนั้น หากภาครัฐมีหลักการที่ชัดเจนว่าการปล่อยลอยตัวราคาน้ำตาลจะไม่ทำให้ราคาตกจุดนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยในเรื่องนี้ควรจะทำก่อนที่ไทยจะเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)เพื่อทดลองว่ามีอะไรต้องปรับก็จะได้เตรียมได้ทัน
แหล่งข่าวจากโรงงานน้ำตาลกล่าวว่า การลอยตัวราคาน้ำตาลทรายตามหลักการแล้วควรจะลอยในช่วงที่ราคาตลาดโลกต่ำเพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาขายปลีกที่ปรับขึ้นจนกระทบผู้บริโภค ซึ่งเห็นว่าปีนี้ราคาน้ำตาลตลาดโลกน่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว เพราะปี 2558 มีแนวโน้มราคาปรับขึ้นสูงจากสต็อกน้ำตาลตลาดโลกที่เริ่มลดลงเหลือเพียง 3 ล้านตันจากอดีตที่เคยสูงถึง 10 ล้านตัน
ด้านนายมนตรี คำพล ประธานสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า 4 องค์กรชาวไร่อ้อยได้หารือกับโรงงาน ถึงประเด็นการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่โรงงานเสนอ โดยประเด็นหลักคือกระทรวงพาณิชย์ควรเจรจาประเทศคู่ค้าอย่างอินโดนีเซียให้ลดกำแพงภาษีศุลกากรให้กับน้ำตาลไทย จากที่ปัจจุบันจัดเก็บกว่า 30% ก่อน ไม่เช่นนั้นไทยจะไม่ได้ประโยชน์อะไรในการเข้าสู่เออีซี ดังนั้นการลอยตัวน้ำตาลในฤดูการผลิตนี้จึงไม่ควรทำ แต่ฤดูการผลิตปี 2558/2559 น่าจะดำเนินการได้เพราะเป็นช่วงจังหวะที่คาดว่าราคาน้ำตาลตลาดโลกน่าจะดีขึ้นกว่านี้
ทั้งนี้ยอมรับว่าการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้น2557/2558ล่าสุด ยังไม่สามารถกำหนดตัวเลขได้เพราะราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกเฉลี่ยลดลงเหลือ 17เซนต์ต่อปอนด์คำนวณราคาอ้อยจะได้ไม่ถึง 800 บาทต่อตัน ในขณะที่ต้นทุนอยู่ราว 1,200 บาทต่อตันจะเห็นว่าขาดทุนเฉลี่ยถึงตันละ 400 บาทยอมรับว่าที่สุดก็จะต้องกู้เงินมาอุดหนุนราคาเช่นเดิม







