posttoday
โกยขุมทรัพย์ ทอท.สามารถฯ-ล็อกซเล่ย์ชิงหมื่นล้าน

โกยขุมทรัพย์ ทอท.สามารถฯ-ล็อกซเล่ย์ชิงหมื่นล้าน

29 กันยายน 2557

ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ น่าจะได้ข้อสรุปกรณีที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. จะลงนามสัญญาว่าจ้างบริษัท สามารถคอมเทค ดำเนินการให้บริการและบำรุงรักษาระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง หรือระบบเช็กอินรวม (CUTE) สัญญา 5 ปี

ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ น่าจะได้ข้อสรุปกรณีที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. จะลงนามสัญญาว่าจ้างบริษัท สามารถคอมเทค ดำเนินการให้บริการและบำรุงรักษาระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง หรือระบบเช็กอินรวม (CUTE) สัญญา 5 ปี

“ล่าสุดยังไม่มีการรายงานผลการเจรจาต่อรองราคาค่าจ้างเหมาจ้างระบบเช็กอินรวมมาให้ฝ่ายบริการและบอร์ด ทอท.ทราบ แต่เรื่องนี้ต้องได้ข้อสรุปภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งบอร์ดได้ให้นโยบายไปว่าราคาจ้างเหมาและการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด หรือหากจะเพิ่มเติมออปชั่นพิเศษแถมเข้ามา ราคาจะต้องต่ำกว่า 2,155 ล้านบาท” ประสงค์ พูนธเนศ ในฐานะประธานบอร์ด ทอท. ให้สัมภาษณ์

อย่างไรก็ตาม การจ้างบริการโครงการระบบเช็กอินรวมถือเป็นหนึ่งในโครงการเจ้าปัญหาของ ทอท.ก็ว่าได้ เพราะฝ่ายบริหารรู้ดีว่าโครงการจ้างเหมาระบบเช็กอินรวมที่มีบริษัท สามารถคอมเทค เป็นคู่สัญญากำลังจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 30 ก.ย. 2557 หลังจากมีการเซ็นสัญญาว่าจ้างเป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2552 แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ เป็นการล่วงหน้า ทำให้ ประสงค์ ถึงกับตำหนิฝ่ายบริหาร ทอท.ว่า “รู้ทั้งรู้ว่าการประมูลจัดซื้อจัดจ้างโครงการต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี แต่กลับไม่มีการแจ้งให้บอร์ด ทอท.ทราบ”

ส่งผลให้การประชุมบอร์ด ทอท. วันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมบอร์ด ทอท.ที่มี ประสงค์ เป็นประธาน ตัดสินใจใช้วิธีพิเศษว่าจ้างบริษัท สามารถคอมเทค ให้ดำเนินการระบบเช็กอินรวมต่ออีก 5 ปี

แม้ว่าก่อนหน้านี้ Heament Kurian กรรมการผู้จัดการ บริษัท ARINC เอเชียแปซิฟิค ซึ่งเป็นพันธมิตรกับกลุ่มล็อกซเล่ย์ ได้ทำหนังสือถึง ทอท.อย่างน้อย 2 ฉบับในช่วงเดือน ก.ย. ขอให้ ทอท.เปิดประมูลโครงการระบบเช็กอินรวม โดยพร้อมเสนอราคาต่ำกว่าสัญญาว่าจ้างกับคู่สัญญาเดิมที่มีมูลค่าอยู่ที่ 2,132 ล้านบาท และจะวางระบบซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยกว่า แถมวางระบบอื่นๆ เพิ่มเติมให้ฟรีอีกด้วย ทั้งให้คำยืนยันว่าการเปลี่ยนถ่ายระบบที่จะใช้เวลาเพียง 7 เดือน จะไม่ทำให้ระบบต่างๆ ในสนามบินสุวรรณภูมิมีปัญหาแน่นอน

แต่ในท้ายที่สุดบอร์ด ทอท.ยังคงตัดสินใจใช้วิธีพิเศษจ้างคู่สัญญารายเดิม โดยระบุว่าระบบเช็กอินรวมของบริษัท สามารถคอมเทค ที่ใช้อยู่ปัจจุบันเป็นระบบซอฟต์แวร์ SITA ซึ่งในไทยมีบริษัท สามารถคอมเทค เป็นตัวแทนเจ้าเดียว ดังนั้นหากมีการเปิดประมูลและได้ตัวผู้รับเหมาที่ใช้ซอฟต์แวร์ระบบอื่น เช่น กลุ่มแอร์ลิงค์ล็อกซเล่ย์ ที่ใช้ระบบซอฟต์แวร์ ARINC จะมีผลกระทบต่อสายการบินกว่า 60% ที่ใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ และใช้ซอฟต์แวร์ของ SITA

“จากการทำแบบสอบถามสายการบิน 72 แห่ง จาก 120 พบว่า 97.2% เลือกเทคโนโลยีของ SITA” แหล่งข่าวจาก ทอท. ระบุ

แต่ก็ทำให้มีข้อทักท้วงตามมา คือ ทอท.เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ตลอดจนมีนโยบายเปิดประมูลทุกโครงการ แต่โครงการระบบเช็กอินรวมกลับใช้วิธีพิเศษ ในขณะที่แบบสอบถามที่ทำขึ้นมีผู้ตอบคำถามเพียง 60% เท่านั้น ส่วนอีก 40% ไม่ตอบคำถามกลับมา จึงน่าจะเปิดโอกาสให้เจ้าอื่นได้ชี้แจงข้อดีข้อเสียของระบบใหม่ และเสนอราคาค่าจ้างที่ถูกลง ก่อนที่จะให้สายการบินตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ระบบใด

แต่ก็มีข้อน่าสังเกตว่า การที่เอกชนรายใหม่อย่างกลุ่มแอร์ลิงค์ล็อกซเล่ย์ เรียกร้องให้มีการเปิดประมูลและพร้อมเสนอค่าจ้างที่ถูกกว่า หรือแม้กระทั่งการที่ ทอท.ตัดสินใจเจรจาต่อสัญญากับบริษัท สามารถคอมเทค มีเหตุผลชวนให้ติดตามต่อ

นั่นเพราะในอีกไม่นานนี้ ทอท.จะมีการเปิดประมูลระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า หรือเอพีพีเอส ระยะสัญญาจ้าง 5 ปี กรอบวงเงิน 8,313 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันซอฟต์แวร์ที่ใช้ในระบบเอพีพีเอสทั่วโลกมีเจ้าใหญ่เพียง 2 เจ้า คือ ระบบ SITA และระบบ ARINC และมีตัวแทนในไทย 2 เจ้าเช่นกัน คือ กลุ่มบริษัทในเครือสามารถฯ และกลุ่มล็อกซเล่ย์

งานนี้จึงไม่ใช่แค่การแย่งสัญญาจ้างแค่เพียง 2,000 ล้านบาท แต่จะนำไปสู่การได้แต้มต่อการประมูลโครงการเอพีพีเอสในภายหลัง

เพราะต้องไม่ลืมว่าเหตุผลหนึ่งที่ ทอท.เลือกจ้างบริษัท สามารถคอมเทค ให้บริการระบบเช็กอินรวม โดยให้เหตุผลว่าระบบ SITA เป็นเทคโนโลยีที่สายการบินเลือกใช้ ดังนั้นการประมูลระบบเอพีพีเอส บริษัทที่จะได้เปรียบมากที่สุด คือ บริษัทที่เสนอระบบ SITA เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน