
ภูมิคุ้มกันประเทศเดี้ยง
สศช.ประเมินแผน11ความเข้มแข็งเศรษฐกิจไทยลดฮวบ การออมต่ำ ความเหลื่อมล้ำพุ่งสูง
สศช.ประเมินแผน11ความเข้มแข็งเศรษฐกิจไทยลดฮวบ การออมต่ำ ความเหลื่อมล้ำพุ่งสูง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงาน ผล 2 ปีของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (ปี 2555-2559) พบว่า ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยลดลงจาก 77.96% มาอยู่ที่ระดับ 71.82% ในปี 2556 เป็นผลจากความ สามารถในการพึ่งตัวเองทางเศรษฐกิจ ที่ลดลง
ขณะที่ความต้องการในประเทศต่อภาคเศรษฐกิจระหว่างประเทศก็ปรับตัวลดลงจาก 64.11% เหลือ 62.17% จากการส่งออกที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศก็ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของกำลังซื้อ
นอกจากนี้ ยังพบว่าระดับการออมของประเทศอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำแค่ 28.31% ขณะที่เศรษฐกิจก็เติบโตอย่างมีคุณภาพลดลง เห็นได้จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตแค่ 2.9% ในปี 2556 จากที่ขยายตัวได้ 6.4% ในปี 2555 เช่นเดียวกับผลิตภาพของผลผลิตที่ลดลงเหลือ 0.73%
ผลการศึกษาของ สศช.ยังพบว่า แม้ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น เห็นจากได้สัดส่วนคนจนที่ลดลงเหลือ 12.64% ของจำนวนประชากร หรือราว 8 ล้านคนเท่านั้น แต่ปรากฏว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของคนในประเทศยังคงเพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาจากช่องว่างรายได้ระหว่างคนจนที่สุดกับคนรวยที่สุด เพิ่มขึ้นจาก 11.81 เท่า ในปี 2555 มาเป็น 12.64 เท่า ในปี 2556 โดยกลุ่มคนที่รวยที่สุด 20% ถือครองรายได้ถึง 52.58% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่ประชากรกลุ่มคนจนที่สุด 20% ถือครองรายได้เพียง 4.16% และมีความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดิน
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า โครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่มีคนสูงวัยจำนวนมาก ขณะที่คนเกิดน้อยเป็นตัวกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเพราะเป็นการลดลงของแรงงานและขนาดของตลาด ปัจจุบันไทยมีประชากรวัยเด็กเพียง 18.7% เทียบกับอินโดนีเซียมีประชากรเด็กถึง 26%







