posttoday
ปฏิรูปภาษีรองรับ AEC

ปฏิรูปภาษีรองรับ AEC

26 กันยายน 2557

ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกฎหมายจากหลายๆ หน่วยงาน หัวข้อหนึ่งที่มีการกล่าวถึงอย่างมากก็คือการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแทนที่ภาษีโรงเรือนและที่ดิน นอกจากนี้สามกรมหลักที่เป็นแหล่งจัดเก็บรายได้ของรัฐต่างก็เร่งปรับปรุงกฎหมายในส่วนของตน

ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกฎหมายจากหลายๆ หน่วยงาน หัวข้อหนึ่งที่มีการกล่าวถึงอย่างมากก็คือการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแทนที่ภาษีโรงเรือนและที่ดิน นอกจากนี้สามกรมหลักที่เป็นแหล่งจัดเก็บรายได้ของรัฐต่างก็เร่งปรับปรุงกฎหมายในส่วนของตน

โดยมีข่าวว่าทั้งกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรเตรียมเสนอร่างประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิตและภาษีศุลกากรใหม่ต่อรัฐบาล ด้านกรมสรรพากรมีการพูดกันถึงการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ปรับปรุงประมวลรัษฎากร ซึ่งสิ่งที่อยู่ในการพิจารณาอย่างเร่งรีบในขณะนี้คือการจัดเก็บภาษีมรดก

หากจะพิจารณาว่าเรื่องไหนจะรองรับเออีซีบ้าง ก็ควรจะเป็นเรื่องของภาษีที่เกี่ยวข้องกับรายการระหว่างประเทศ เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนข้ามชาติเพิ่มขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ อธิบดีกรมสรรพากรได้กล่าวไว้ว่า จะเสนอแก้ประมวลรัษฎากรเรื่องการตีราคาการโอน (Transfer Pricing) เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีผู้ประกอบการที่มีรายได้เกิดขึ้นในไทย แต่มีการโอนรายได้ไปในประเทศอื่นที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า ทำให้การจัดเก็บภาษีลดลง

นอกจากนี้ เรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนเข้าใจว่ากรมสรรพากรก็ได้มีการศึกษาไว้บ้างแล้ว ซึ่งอาจจะนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง คือ มาตรการการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี หลายประเทศมีการบัญญัติไว้เป็นกฎหมายป้องกันการเลี่ยงภาษีที่เรียกว่า Antiavoidance rule

การเลี่ยงภาษี (Tax Avoidance) ต่างกับการหลบภาษี (Tax Evasion) อย่างไร

การเลี่ยงภาษีเป็นกรณีที่ใช้ข้อกฎหมายที่เปิดช่องให้ทำได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นการใช้ช่องโหว่ของกฎหมายให้เป็นประโยชน์เพื่อเสียภาษีน้อยลงโดยทั่วไป จึงเป็นวิธีที่ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจจะมาในรูปของการวางแผนภาษี (Tax Planning)

ขณะที่การหลบหนีภาษีเป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย เช่น ไม่บันทึกรายได้ หรือลงรายจ่ายเกินจริง สร้างเอกสารเท็จ ซึ่งหากมีการหลบหนีภาษีก็มีกฎหมายบังคับที่กำหนดโทษทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ในขณะที่การเลี่ยงภาษีถ้าการวางแผนภาษีไม่ผิดกฎหมายโดยหลักการก็สามารถทำได้

ดังนั้น การมีกฎหมายที่เป็นมาตรการป้องกันหรือต่อต้านการเลี่ยงภาษีแม้ธุรกรรมดังกล่าวจะไม่ผิดกฎหมายจะทำให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจจากกฎหมายดังกล่าวปฏิเสธไม่ยอมรับธุรกรรมนั้นและมีอำนาจประเมินภาษีได้

โดยทั่วไปกฎหมายป้องกันการเลี่ยงภาษี อาจจะบัญญัติไว้เป็นหลักทั่วไป (General AntiTax Avoidance Rules) หรือบัญญัติไว้เป็นกฎหมายเฉพาะเรื่อง (Specific AntiTax Avoidance Rules) ตัวอย่างหนึ่ง เช่น มาตรการป้องกันการตั้งทุนต่ำ (Thin Capitalization) โดยจะมีการกำหนดสัดส่วน “หนี้สินต่อทุน” ซึ่งมาตรการนี้จะป้องกันการวางแผนภาษีด้วยการลงทุนด้วย “หนี้” เพราะหากลงทุนด้วยหนี้คือเงินกู้ยืม กิจการก็สามารถส่งผลตอบแทนออกไปได้ในรูปดอกเบี้ยจ่ายไม่ว่ากิจการจะมีกำไรหรือไม่ และยังสามารถนำดอกเบี้ยจ่ายมาหักรายจ่ายได้อีกด้วย

ในขณะที่หากลงทุนด้วย “ทุน” ผลตอบแทนที่ได้เป็น “เงินปันผล” ซึ่งจะจ่ายได้เฉพาะเมื่อกิจการมีกำไรเท่านั้น อีกทั้งเงินปันผลก็หักเป็นรายจ่ายของผู้จ่ายไม่ได้ การกำหนดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนจะช่วยป้องกันในเรื่องนี้ได้ เช่น หากกำหนดหนี้สินต่อทุน ไว้ที่ 3:1 ก็หมายความว่าหนี้สินต้องไม่เกินสามเท่าของทุน หากเกินแล้วกฎหมายอาจจะกำหนดว่าดอกเบี้ยจ่ายในส่วนที่เกินนี้เป็นรายจ่ายของผู้จ่ายไม่ได้ เป็นต้น

ในปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีกฎหมายป้องกันการเลี่ยงภาษีที่บัญญัติไว้เป็นหลักทั่วไป คือ มาเลเซียกับสิงคโปร์ ขณะนี้กลุ่มประเทศใน OECD และ G20 ได้ร่วมหารือกันเพื่อดำเนินการหามาตรการป้องกันการวางแผนภาษีที่จะมีผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายกำไรเพื่อเสียภาษีในประเทศที่ภาระภาษีต่ำกว่า หรือที่เรียกว่า BEPS (Base Erosion and Profit Shifting) ซึ่งมาตรการที่กลุ่มประเทศเหล่านี้ตกลงกันจะทำให้ประเทศในกลุ่มนี้ต้องมีการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายภายในเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่ตกลงกัน อินโดนีเซียซึ่งเป็นสมาชิก G20 ก็ได้เข้าร่วมพันธะด้วย

แม้ว่าประเทศในอาเซียนนอกจากอินโดนีเซียจะไม่ได้เป็นสมาชิก OECD หรือ G20 แต่ก็ได้มีการติดตามมาตรการที่คาดว่าจะออกมาเพื่อพิจารณาทั้งในมุมที่มาตรการอาจมีผลกระทบต่อประเทศของตน หรือการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายภายในของตน สิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งที่ค่อนข้างจะเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ ในอนาคตคาดว่าจะได้ยินเรื่องนี้จากประเทศต่างๆ มากขึ้น ในส่วนของประเทศไทยก็ทราบมาว่ากรมสรรพากรได้มีการพิจารณาอยู่เช่นกัน โดยเน้นในเรื่องมาตรการที่เกี่ยวกับราคาโอน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน