
มาเลย์เอาจริง ชูเอสเอ็มอี สลัดกับดักรายได้ปานกลาง
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ถือเป็นภาคส่วนธุรกิจที่เป็นกระดูกสันหลังของมาเลเซียเลยทีเดียว
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ถือเป็นภาคส่วนธุรกิจที่เป็นกระดูกสันหลังของมาเลเซียเลยทีเดียว โดยคิดเป็นธุรกิจกว่า 90% ของธุรกิจทั้งหมดในมาเลเซีย และมีการจ้างงานในส่วนดังกล่าวกว่า 65% ของตลาดแรงงานทั้งหมดในแดนเสือเหลือง
อย่างไรก็ดี เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังคงมีอุปสรรคในการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบและค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุนอีกด้วย
เพราะฉะนั้นรัฐบาลมาเลเซีย ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งตั้งเป้าที่จะนำพาประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งความเป็นประเทศรายได้สูงอย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งหนึ่งในหนทางที่จะก้าวสู่เป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจำเป็นต้องสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งจะเป็นขุมกำลังทางการพัฒนาเทคโนโลยี และการเจาะเข้าสู่ตลาดโลกต่อไป
ดาโต๊ะ ศรี อับดุล วาฮิด โอมาร์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแดนเสือเหลือง ได้เปิดเผยแก่เว็บไซต์ เดอะ สตาร์ ออนไลน์ ว่า ขณะนี้รัฐบาลมาเลเซียกำลังให้ความสนใจในการพัฒนาภาคธุรกิจรายย่อยเป็นอย่างยิ่ง เพื่อหวังใช้เป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนให้มาเลเซียก้าวสู่ประเทศรายได้สูง ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องกระตุ้นให้เอสเอ็มอีมีศักยภาพในการแข่งขัน และผลักดันให้เอสเอ็มอีมาเลเซียก้าวสู่ความเป็นผู้เล่นระดับโลก
“เพื่อให้มาเลเซียก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายในกำหนดในปี 2020 เอสเอ็มอีนับเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ” โอมาร์ กล่าว
เพื่อการนี้รัฐบาลกรุงกัวลาลัมเปอร์จึงได้สร้างแผนแม่บทหลักในการสนับสนุนการเติบโตเอสเอ็มอี ซึ่งรวมถึงการผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ ไฮ อิมแพค โปรแกรมส์ (ฮิปส์) สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแก่วัฒนธรรมผู้ประกอบการในภาคธุรกิจดังกล่าว รวมถึงการขยายโอกาสทางการเงินอีกด้วย นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการช่วยพยุงเอสเอ็มอีหน้าใหม่ในตลาด เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โอมาร์ ระบุว่า โครงการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อทดแทนภาคธุรกิจรายย่อยที่กำลังเผชิญกับปัญหาต้นทุนสูงขึ้น และเป็นภูมิคุ้มกันเอสเอ็มอีจากปัจจัยในแง่ลบอื่นๆอีกด้วย
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเข้าถึงโครงการของเอสเอ็มอีเป็นอันดับแรก” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกมาเลเซีย ระบุ
ทั้งนี้ เศรษฐกิจมาเลเซียเติบโตถึง 6.3% ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยหนุนมาจากการส่งออกและกิจกรรมเศรษฐกิจภายในประเทศ และจากการกระตุ้นการเจริญเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้น่าจะโตเกินกว่าที่คาดการณ์ในตอนแรกที่ 5.5%
นอกจากนี้ เดอะ สตาร์ ออนไลน์ ยังระบุอีกว่า การขึ้นสู่การเป็นประเทศรายได้สูงยังขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนทางการเงินอีกด้วย ซึ่งทางการมาเลเซียได้วางแผนไว้ในระยะปานกลางและระยะยาวว่าจะพยายามลดการขาดดุลให้เหลือเพียง 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2015 และกลับมาได้ดุลอีกครั้งในปี 2020
มาเลเซียนับเป็นหนึ่งในประเทศที่พยายามพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องมาตลอด 40 ปี โดยประสบความสำเร็จในการพัฒนาตนเองจากประเทศพึ่งพาการเกษตรกรรมรายได้ต่ำ สู่การเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง ซึ่งอาศัยการบริการและภาคการผลิตเป็นแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจ และในปัจจุบันมาเลเซียกำลังก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง โดยมีเอสเอ็มอีเป็นพระเอกของงานนี้







