
"บุรีรัมย์"โมเดลบูมท่องเที่ยวด้วยกีฬา
จากนักการเมืองที่ผันตนเองมาเป็นผู้สร้างเมืองโดยใช้กีฬาเป็นตัวนำ ถือได้ว่าเป็นแนวคิดใหม่ในเชิงธุรกิจที่ฉีกกฎการลงทุนในรูปแบบเดิมๆ
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
จากนักการเมืองที่ผันตนเองมาเป็นผู้สร้างเมืองโดยใช้กีฬาเป็นตัวนำ ถือได้ว่าเป็นแนวคิดใหม่ในเชิงธุรกิจที่ฉีกกฎการลงทุนในรูปแบบเดิมๆ มาใช้สร้างเศรษฐกิจในจ.บุรีรัมย์ จนกลายเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตด้านตัวเลขทางเศรษฐกิจสูงติดอันดับต้นๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษาโครงการสนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า การทำธุรกิจโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างการนำกีฬามาเป็นตัวสร้างเมืองนั้น สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมากมายมหาศาลและต่อเนื่อง ต่างจากการทำธุรกิจในอดีตที่มีแต่ค่าเสื่อม หรือกล่าวได้ว่า Resource is Limited but Creative is Unlimited เพราะมูลค่าอยู่ที่การสร้างสรรค์เป็นตัวเปลี่ยนวิธีคิดทุกอย่าง
สำหรับรูปแบบการทำงานนั้นต้องการให้บุรีรัมย์ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดมีสภาพการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากอดีตเป็นจังหวัดที่แห้งแล้ง คุณภาพชีวิตของคนที่ตกต่ำ และแทบจะไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นแม่เหล็กดึงดูด มาจนถึงวันนี้คุณภาพชีวิตของคนดีขึ้นมากเพราะกีฬาทำให้เกิดการลงทุนในด้านอื่นๆ ตามมา
“หลังจากเริ่มพัฒนาบุรีรัมย์ โดยได้มีการก่อตั้ง สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด การก่อสร้างสนามกีฬาฟุตบอล เมื่อ 5 ปีก่อน รวมไปถึงพัฒนาสนามแข่งรถช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จะเห็นได้ว่าคนเริ่มมองหาความบันเทิงให้กับชีวิตมากขึ้น การใช้กีฬาเป็นตัวนำในการพัฒนาจะเป็นการแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของคนได้ดีกว่าหากสร้างเมืองโดยใช้บ่อนกาสิโนหรือการพนันเป็นตัวนำ” เนวิน กล่าว
หากเปรียบเทียบทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละจังหวัดจะพบว่า บุรีรัมย์นั้นไม่โชคดี ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวประเภททะเลหรือภูเขาที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ผู้คนนั้นเดินทางมาท่องเที่ยว จึงต้องใช้กิจกรรมที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ซึ่งการเตะฟุตบอลหรือการแข่งรถนั้นสามารถทำได้ไม่ต่ำกว่า 300 วัน
เนวินมองว่า แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละจังหวัดในอีก 5 ปีข้างหน้านั้นจะเหลือเพียง 10 เดสทิเนชั่น หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ อาทิ พัทยา หัวหิน หรือภูเก็ต เป็นจังหวัด ที่อื่นที่เหลือก็จะเป็นแค่เมืองผ่านไม่มีคนไปใช้เงิน แต่วันนี้สามารถทำให้บุรีรัมย์เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ เป็นเมืองแห่งการกีฬาและท่องเที่ยว
ล่าสุดได้มีการเปิดตัวสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่สามารถรองรับการแข่งขันรถยนต์ระดับ ฟอร์มูล่า 1, GT1, GT2 และ GT3 เพื่อจะสร้างแลนด์มาร์กใหม่สำหรับผู้ที่รักกีฬาความเร็ว ด้วยงบประมาณการก่อสร้างกว่า 2,000 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดินสนามแห่งนี้ได้รับการออกแบบและก่อสร้างอยู่ในระดับมาตรฐานของสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA Grade 1 ที่ตัวสนามจะสามารถรองรับการแข่งขันรถยนต์ระดับ ฟอร์มูล่า 1, GT1, GT2 และ GT3 โดยได้รับการรับรองระดับมาตรฐาน FIM GradeA จากสหพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ หรือ FIM (Federation de Motocyclisme) ซึ่งสามารถจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับ MotoGP หรือ Superbike World Championship ได้เช่นกัน สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 5 หมื่นคน และรองรับผู้เข้าชมและผู้ใช้สนามได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 ล้านคน ประเดิมด้วยการจัดแข่งขันซูเปอร์ จีที (Super GT) ที่ถือเป็นสุดยอดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับท็อปที่สุดจากประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 45 ต.ค.นี้
สำหรับค่ายรถที่ลงแข่งล้วนเป็นค่ายรถชั้นนำจากญี่ปุ่นโดยในรุ่น GT500 มีจำนวน 15 คันจาก 3 ค่ายคือนิสสัน GTR 4 คัน ,ฮอนด้า NSX ConceptGT 5 คัน และเล็กซัส RC F 6 คัน ส่วนรุ่น GT300 จะมีรถแข่งกว่า 24 คัน มีทั้งรถญี่ปุ่น คือ ฮอนด้า CRZ GT, นิสสัน GTR, โตโยต้า Prius, ซูบารุ CRZ และรถซุปเปอร์คาร์จากยุโรป เช่น ลัมบอร์กินี่ GT3, เฟอร์รารี่ GT3 ,แมคลาเรน MP412C , ปอร์เช่ RSR GT3,เมอร์เซเดส SLS AMG GT3, ออดี้ R8LMS,บีเอ็มดับเบิ้ลยู Z4 GT3 ,แอสตันมาร์ติน GT3
นอกจากนี้ ยังมีแผนจะสร้างสนามกีฬาประเภทแอดเวนเจอร์หลากหลายประเภทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และอาเซียนบริเวณเขากระโดง ด้วยเงินลงทุนอีก 500 ล้านบาท โดยจะร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรมอุทยานแห่งชาติ ที่อยู่ระหว่างวางแผนดำเนินการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีแผนจะสร้างเมืองแฝดด้านการท่องเที่ยวบุรีรัมย์และสุรินทร์
ผลของโมเดลธุรกิจแบบสร้างสรรค์นำกีฬามาเป็นตัวนำการพัฒนาเมือง และสร้างเดสทิเนชั่นให้กับบุรีรัมย์ทำให้เกิดการลงทุนโรงแรมระดับ 3 ดาวและ5 ดาว เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าปีหน้าจะมีห้องพักไม่ต่ำกว่า 5,000 ห้อง ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าผู้ประกอบการรายย่อย จะหันมาสร้างห้องพักหรือเกสต์เฮาส์ขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้นด้วย เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามา
ทั้งหมดนี้คือกลยุทธ์ บุรีรัมย์ โมเดล ที่จะใช้เป็นตัวอย่างสำคัญในการผลักดันให้การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเติบโต โดยใช้กีฬาเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อน







