posttoday
นายกสมาคมขายตรงไขก๊อกมั่นใจแหน้าตลาดสดใด

นายกสมาคมขายตรงไขก๊อกมั่นใจแหน้าตลาดสดใด

26 กันยายน 2557

หลังจาก ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ แห่งค่ายขายตรงนู สกิน ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการขายตรงไทย

หลังจาก ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ แห่งค่ายขายตรงนู สกิน ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการขายตรงไทย ประกาศเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมขายตรงปีหน้าต้องเติบโตมากกว่า 7% พร้อมกับวางแผนขับเคลื่อน นู สกิน ด้วยอินเซนทีฟ ทริป กระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้ายของปี

ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทยและเวียดนาม ในฐานะนายกสมาคมการขายตรงไทย เปิดเผยว่า ปีหน้ามองว่าภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท มีแนวโน้มว่าจะขยายตัวหรือเติบโตมากกว่าปีนี้แน่นอน จากภาพรวมปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 57% ซึ่งปัจจัยบวกที่ผลักดันให้ตลาดกลับมาเติบโต มาจากรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ความมั่นคงทางการเมือง และทิศทางส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาสนี้

นอกจากนี้ ในด้านจิตวิทยาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็กำลังกลับคืนมา ขณะที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2558 ก็เป็นอีกหนึ่งแรงหนุนที่สำคัญ

สำหรับการได้รับตำแหน่งนายกสมาคมจะเดินหน้านโยบายตามที่เคยประกาศไว้ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมขายตรงไทยสู่เวทีการแข่งขันในระดับสากล มุ่งเน้นสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสมาคมการขายไทยให้เป็นที่ยอมรับ และสร้างความภาคภูมิใจในธุรกิจขายตรงต่อสมาชิก โดยสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับต้นๆ คือการเตรียมความพร้อม เพิ่มศักยภาพของบุคลากร

“สมาคมมุ่งมั่นที่จะผลักดันกลุ่มธุรกิจขายตรงไทยให้เป็นศูนย์กลางของธุรกิจขายตรงระดับภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้เตรียมสานต่อแผนงานการจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น”

ในส่วนกลยุทธ์การผลักดันนโยบายครั้งนี้ มาจากความร่วมมือกันของคณะกรรมการและสมาชิกของสมาคม ที่มีศักยภาพเพียบพร้อมและมีความชำนาญในการบริหารงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน สร้างการเติบโตและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจขายตรงตามเจตนารมณ์ที่วางไว้ได้ตามเป้าหมาย 2 ปีนี้

ภคพรรณ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังลุ้นให้สมาคมการขายตรงไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานประชุม World Congress ของสมาพันธ์การขายตรงโลก หากเกิดขึ้นได้จริงสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมขายตรงของไทยเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ

ด้านการบริหารงาน นู สกิน นั้นจะเดินหน้ากระตุ้นยอด 4 เดือนสุดท้ายอย่างเต็มที่ โดยปรับกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมการเติบโตของผู้ทำธุรกิจเป็นหลัก ผ่านกิจกรรมกระตุ้นการขาย เช่น อินเซนทีฟ ทริป เป็นหลัก เพราะนู สกิน เชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นและแตกต่างกับคู่แข่งอย่างชัดเจนอยู่แล้วในด้านผู้นำตลาดด้านผลิตภัณฑ์ชะลอริ้วรอย

ขณะที่ช่วงเดือน ต.ค. บริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดูแลรูปร่าง “เอจล็อก ทีอาร์ ไนน์ตี้” อย่างเป็นทางการ คาดว่าผลักดันยอดขายโต 20% จากหลังรายได้ 7 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มเอจล็อกทั้งสกินแคร์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีสัดส่วนรายได้เพิ่มจาก 53% เป็น 70% ส่วนสกินแคร์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆ มีสัดส่วนลดลงจาก 47% เป็น 30% เนื่องจากกลุ่มเอจล็อกได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้บริโภค

ไม่กี่ปีข้างหน้าตลาดผลิตภัณฑ์ชะลอริ้วรอยทั่วโลกจะเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากแนวโน้มประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น นู สกิน ก็จะเดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ชะลอริ้วรอยให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่วนการสวมหมวกในฐานะนายกสมาคมการขายตรงไทย คือการยกระดับธุรกิจขายตรงไทยสู่มาตรฐานสากลโลก

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค