posttoday
คาดองค์กรใหญ่เริ่มมองหาออฟฟิศสำรอง

คาดองค์กรใหญ่เริ่มมองหาออฟฟิศสำรอง

03 มิถุนายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — บทเรียนม็อบแดงเผาเมือง คอลลิเออร์ส แนะธุรกิจขนาดกลางใหญ่ ต้องมีออฟฟิศสำรองนอกเมือง ป้องกันความเสี่ยง

นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการชุมนุมของกลุ่ม นปช. จนไปสู่ความรุนแรง โดยเฉพาะสถานที่สำคัญของธุรกิจอย่างย่านราชประสงค์ จนทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ทำให้คาดว่าในอนาคตผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางใหญ่ ต้องเร่งปรับตัวด้วยการหาสำนักงานสำรองที่อยู่ชานเมืองไว้รองรับ หากสำนักงานใหญ่ในเมืองไม่สามารถปฏิบัติงานได้ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการซื้อประกันภัย การเกิดอัคคีภัย และเกิดจลาจลด้วยทั้งนี้ บทเรียนจากเหตุการณ์ ถล่มตึกเวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์ ที่สหรัฐอเมริกาหรือ 911 ทำให้เห็นว่าในช่วงเวลาดังกล่าว อาคารสำนักงานใหญ่ในเมือง หันไปใช้สำนักงานสำรอง (แบค ออฟฟิศ) เป็นที่ทำงานเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ซึ่งแบคออฟฟิศส่วนใหญ่ มีไม่ต่ำกว่า 23 แห่ง ขณะที่ผู้ประกอบการในเมืองไทยนั้นยังให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวน้อย จะมีเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น รวมถึงการให้ความสำคัญกับการซื้อประกันภัย การเกิดอัคคีภัย และเกิดจราจลด้วย

อย่างไรก็ตาม อาคารสำนักงานในเมืองถือว่าเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ และเชื่อว่าแม้จะมีเหตุการณ์เผาเมืองไม่ได้ทำผู้ประกอบการหนีออกอยู่นอกเมืองทั้งหมด ซึ่งในปีนี้ตลาดอาคารสำนักงานในย่านใจกลางธุรกิจจะมีออกมาใหม่อีก 7 หมื่นตร.ม.

สำหรับธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ใจกลางเมืองอัตราการเข้าพักจะซบเซาลง เนื่องจากปัญหาการเมืองในประเทศ อีกทั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ทำให้บริษัทข้ามชาติชะลอการเข้ามาลงทุน จึงจะต้องจับตาดูการแข่งขันธุรกิจโรงแรมในเมืองที่ต้องปรับตัวเพื่อมารองรับลูกค้าระยะยาวมากขึ้น และมีการประเมินว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า จะมีโรงแรมออกมาสู่ตลาดอีก 9,000 กว่ายูนิต

ดังนั้น ตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสแรกของปีมีคอนโดมิเนียมเปิดตัวประมาณ 1.37 หมื่นยูนิต ส่วนในไตรมาส 2 เชื่อว่าเปิดตัวลดลงกว่าครึ่งจากช่วงไตรมาสแรก และส่วนใหญ่จะขยับไปอยู่ชานเมืองเกาะแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยาย ย่านบางนา

นายปฏิมา กล่าวว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่ดินใจกลางเมืองถูกเปลี่ยนมือ หลายแปลง เช่นที่ดินติดอาคารเวฟเพลส จำนวน 9 ไร่ ซึ่งเดิมเป็นของนายตัน ภาสกรนที ที่ขายให้กับ บริษัทไรมอนแลนด์ เพื่อพัฒนาโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส ปัจจุบันได้ถูกกลุ่ม ไทยซัมมิท แกรนด์เอสเตท ซื้อเฉพาะบริเวณด้านหน้า 2 ไร่ ในราคาเฉลี่ย 1.2 ล้านบาทต่อตร.ว. ,บริษัท แสนสิริได้ซื้อที่ดินขนาด 2 ไร่ บริเวณถ.วิทยุ มาจากตระกูล สุทัศน์ ณ อยุธยา และที่บริเวณถ.รัชดาภิเษก 15 ไร่ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ตัดแบ่งพื้นที่ จำนวน 9 ไร่เศษ ขายให้กับบริษัท เอไอเอ เพื่อพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานแห่งใหม่ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค