posttoday
ยูบีเอ็มชูอาเซียนบิวตี้ชิงเค้กมูลค่า20ล้านล.

ยูบีเอ็มชูอาเซียนบิวตี้ชิงเค้กมูลค่า20ล้านล.

25 กันยายน 2557

ยูบีเอ็มชู “อาเซียนบิวตี้” ย้ำไทยผู้นำอุตสาหกรรมด้านความงาม ชิงเค้ก 20 ล้านล้านบาท

ยูบีเอ็มชู “อาเซียนบิวตี้” ย้ำไทยผู้นำอุตสาหกรรมด้านความงาม ชิงเค้ก 20 ล้านล้านบาท

ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จับมือกับสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สมาคมอาหารเสริมสุขภาพ สมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพรและสมาคมเสริมสวยแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงาน ASEANbeauty 2015 งานแสดงสินค้าและงานสัมมนาอุตสาหกรรมด้านความงามครบวงจร เพื่อขยายตลาดความงามไทยสู่อาเซียน

น.ส.อนุชนา วิชเวช ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ได้จับมือกับสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สมาคมอาหารเสริมสุขภาพ สมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร และสมาคมเสริมสวยแห่งประเทศไทย จัดงาน ASEAN beauty 2015 งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมด้านความงามครบวงจร เพื่อขยายตลาดความงามไทยสู่อาเซียน ระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย. 2558 ที่ไบเทค บางนา

บริษัทยูบีเอ็ม ในฐานะผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติ ทั้งนี้ เนื่องจากเล็งเห็นการขยายตัวของธุรกิจความงามในไทยและศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางเครื่องสำอางระดับภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันไทยมีบทบาทเป็นฐานผลิตสินค้าและส่งออกเครื่องสำอางไปสู่ตลาดโลก ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท จากตลาดเครื่องสำอางที่มีขนาดใหญ่ จึงได้จัดงาน ASEANbeauty 2015 งานแสดงสินค้าและงานสัมมนาเพื่ออุตสาหกรรมด้านความงามครบวงจร ขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2515 ที่ไบเทค บางนา เพื่อผลักดันการลงทุนของประเทศการจัดงาน ASEANbeauty 2015 ยูบีเอ็มได้เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ในการจัดงานใหญ่ระดับภูมิภาคครั้งนี้ เพราะมีความเชื่อมั่นว่าไทยเป็นฮับแห่งอุตสาหกรรมด้านความงามของอาเซียน ที่มีความได้เปรียบในทุกๆด้าน อาทิ กำลังการผลิตและอำนาจการจับจ่ายของผู้บริโภคในตลาดเครื่องสำอางไทยใหญ่ที่สุดในอาเซียน ตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลเส้นผมของไทยมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งตลาดด้านผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิวนั้นมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นจาก 17.5 ล้านล้านบาท ในปี 2555 ไปถึง 20 ล้านล้านบาท ภายในปี 2560 รวมถึงตลาดธุรกิจสปาไทยก็ได้รับโอกาสในการเติบโตเช่นกันจากการเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกของอาเซียน (AEC) ส่งผลให้ธุรกิจสปาไทยนั้นโด่งดังไปทั่วโลก ศักยภาพดังกล่าวเมื่อผสานกับความแข็งแกร่งของยูบีเอ็ม ที่มีสำนักงานครอบคลุมหลายประเทศของอาเซียน จึงสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางการค้าการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยและผู้ประกอบการภาคเอกชนด้านความงามให้มีความเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจได้มากขึ้น

สำหรับงาน ASEANbeauty 2015 จะมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมด้านความงามชั้นนำระดับโลกกว่า 200 บริษัท จาก15 ประเทศทั่วโลก ร่วมจัดแสดงสินค้าและบริการด้านธุรกิจความงามครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการดูแลรักษาเส้นผมและหนังศีรษะ ด้านผิวพรรณ การแต่งหน้า เล็บ และสปา รวมทั้งสุดยอดนวัตกรรมความงามล่าสุดและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย พร้อมทั้งพาวิเลี่ยนจากหลากหลายประเทศ อาทิเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน อินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาให้ความรู้เรื่องโอกาสทางธุรกิจความงาม ส่องเทรนด์เครื่องสำอางโลก และกิจกรรมสาธิตด้าน สปา ผม และเล็บ เป็นต้น พร้อมกันนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและต่างชาติได้จับคู่ทางธุรกิจ เพื่อต่อยอดธุรกิจสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตลาดเครื่องสำอาง โดยเฉพาะขยายตลาดของผู้ผลิตรายย่อยไปสู่ตลาดอาเซียนและนานาชาติ ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนในการสร้างเม็ดเงินสะพัดให้กับเศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างยั่งยืน ขณะที่ผู้เข้าร่วมชมงานก็จะได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดจากการได้พบกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความงามจากผู้ผลิตหลากหลายบริษัททั้งในและต่างประเทศ

“ยูบีเอ็ม ในฐานะผู้จัดงานนิทรรศการระดับโลก ที่จัดงานแสดงทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกกว่า 400 งาน รวมถึงงานแสดงสินค้าด้านความงามชั้นนำระดับภูมิภาคเอเชีย จึงมีความเชื่อมั่นว่าความเป็นมืออาชีพและประสบการณ์ที่มี จะทำให้การจัดงานแสดงสินค้าด้านความงามในประเทศไทยครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน โดยบริษัทจะมุ่งผลักดันให้เกิดการเจรจาทางการค้า เพื่อรองรับความต้องการในการขยายตัวขององค์กรธุรกิจความงามไทยสู่ระดับนานาชาติ รวมถึงการดึงคู่ค้ารายใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาในไทย สำหรับงาน ASEANbeauty 2015 ยูบีเอ็ม คาดหวังว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในการเจรจาธุรกิจมูลค่ามหาศาล ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเป็นหนึ่งในกลไกที่ผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้”

สำหรับแนวโน้มธุรกิจเครื่องสำอางในประเทศไทยโตต่อเนื่อง จากแม้การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย(จีดีพี)ในปี 2557 จะเติบโตไม่สูงมากนัก แต่พฤติกรรมผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยที่หันมาใส่ใจตัวเอง เสริมภาพลักษณ์และบุคลิกภายนอกด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านความงามและเครื่องสำอางต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดเครื่องสำอางโดยรวมยังมีทิศทางการขยายตัว โดยปีนี้คาดว่าจะมีอัตราเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ซึ่งถือเป็นเกณฑ์ที่ดีเมื่อเทียบกับธุรกิจประเภทอื่นๆ

และปัจจุบันไทยเป็นผู้นำสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากผู้ผลิตมีศักยภาพ การผลิตสินค้ามีคุณภาพ อีกทั้งวัตถุดิบในประเทศไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ล้วนเป็นแต้มต่อที่ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาสร้างฐานการผลิต ที่สำคัญการเปิดเออีซีในปีหน้า จะเป็นปัจจัยที่ช่วยดึงสินค้าแบรนด์ใหม่ๆเข้ามาโดยมีไทยเป็นฮับในการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคนี้มากขึ้น เพราะตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรมหาศาล บวกกับจีนมีนโยบายส่งเสริมการค้าระหว่างอาเซียนให้เพิ่มเป็น 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563 หรือค.ศ.2020 จะยิ่งทำให้โลกจับตา มองและปักหมุดลงทุนในภูมิภาคนี้เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าในอาเซียนต่อยอดถึงจีนและทวีปเอเชียด้วย

น.ส.อนุชนา คาดว่า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณในอาเซียนจะมีมูลค่าสูงถึง 20 ล้านล้านบาท ในปี 2560 จากปัจจุบันมูลค่า 17.5 ล้านล้านบาท การเติบโตดังกล่าวจะดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกมายังภูมิภาคนี้มากขึ้นและงาน ASEANbeauty 2015 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 810 เมษายน 2558 จะกลายเป็นงานใหญ่ประจำปีในการสนับสนุนผู้ผลิตและจำหน่ายด้านความงามครบวงจรสู่อาเซียน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน