posttoday
เวทีปฏิรูปพลังงานเดือดปิยสวัสดิ์นอตหลุด

เวทีปฏิรูปพลังงานเดือดปิยสวัสดิ์นอตหลุด

25 กันยายน 2557

ถือว่าร้อนแรงกว่ารอบแรกสำหรับเวที “เสวนาปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนในอนาคต ครั้งที่ 2”

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

ถือว่าร้อนแรงกว่ารอบแรกสำหรับเวที “เสวนาปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนในอนาคต ครั้งที่ 2” เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยการเสวนาครั้งนี้มีตัวแทนภาคประชาชนภายใต้เครือข่ายปฏิรูปพลังงานภาคประชาชนเข้าร่วมพร้อมหน้า เช่น รสนา โตสิตระกูล ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และวีระ สมความคิด

ในขณะที่ตัวแทนภาครัฐยังคงนำโดย ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปตท. และแกนนำกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. และคุรุจิต นาครทรรพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นต้น

การเสวนาเต็มไปด้วยความดุเดือด โดยมีพระพุทธะอิสระซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการต้องคอยเบรกทั้งสองฝ่าย เริ่มตั้งแต่รสนาได้สอบถามกรณีบริษัท ปตท.ไม่ได้คืนท่อก๊าซในทะเล และจากข้อมูลพบว่าตั้งแต่ปี 25442550 ปตท.จ่ายค่าเช่าท่อก๊าซให้กรมธนารักษ์เพียง 1,597 ล้านบาท แต่ในช่วงเดียวกันนั้น ปตท.กลับมีรายได้จากค่าผ่านท่อจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โรงไฟฟ้าเอกชน สูงถึง 1.28 แสนล้านบาท ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

กรณีดังกล่าว ปิยสวัสดิ์ ชี้แจงว่า ปตท.ส่งคืนท่อก๊าซทั้งหมดตามคำสั่งศาลปกครองเมื่อปี 2550 เป็นระยะทาง 450 กิโลเมตร และจ่ายค่าเช่าให้กระทรวงการคลัง 550 ล้านบาท/ปี แต่ต่อมา ปตท.มีการลงทุนท่อก๊าซเพิ่มจนปัจจุบันมีท่อก๊าซที่อยู่ภายใต้การบริหารทั้งหมด 3,600 กิโลเมตร ทำให้ ปตท.มีรายได้จากค่าผ่านท่อเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนท่อก๊าซที่ลงทุนเพิ่มในภายหลัง

จากนั้น ไพรินทร์ กล่าวเสริมว่า ปตท.ไม่ได้เป็นผู้กำหนดค่าผ่านท่อ แต่เป็นอำนาจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดย กกพ.เป็นผู้กำกับค่าผ่านท่อ ขณะที่ วีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ระบุว่า ค่าผ่านท่อไม่ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อราคาก๊าซที่ประชาชนต้องจ่าย แต่มาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ผันตามราคาน้ำมันตลาดโลก โดยปัจจุบันราคาก๊าซอยู่ที่ 290 บาท/ล้านบีทียู แต่ค่าผ่านท่ออยู่ที่ 21.99 บาท/ล้านบีทียู

อย่างไรก็ตาม เวทีเสวนาได้ใช้เวลาในการถกประเด็นท่อก๊าซเป็นเวลานานมากจนพระพุทธะอิสระ ต้องขอให้ทั้งสองฝ่ายยุติการถกเถียงในประเด็นนี้ เพื่อให้มีการหารือกันในประเด็นอื่น และไม่ต้องการให้ใช้เวทีนี้มาซัดทอดว่าใครถูกหรือผิด หากใครมีปัญหาที่เห็นว่าไม่ถูกต้องก็ให้ไปฟ้องศาล

ต่อจากนั้น ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ตัวแทนเครือข่ายพลังงานภาคประชาชน หยิบยกประเด็นการบิดเบือนโครงสร้างราคาพลังงาน เนื่องจากมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จึงเสนอให้ยุบทั้งสองกองทุน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ราคาน้ำมันที่ถูกลงได้หรือไม่

จากนั้นวีระได้ยกหลักฐานที่เป็นหนังสือของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุถึงการใช้เงินที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เช่น นำใช้ไปกับการอบรมสัมมนา ประชาสัมพันธ์ซื้อรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ปิยสวัสดิ์เป็น รมว.พลังงาน ในยุครัฐบาลคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)

การตั้งประเด็นของวีระ ทำให้ปิยสวัสดิ์สวนกลับไปทันทีว่า “หากเรื่องนี้มาจาก สตง. ก็ต้องไปเอาความผิดกับคนที่ทำผิด ไม่ใช่มาเห่าหอนอยู่ข้างนอก” หลังจากนั้นก็มีเสียงโห่แสดงความไม่พอใจจากผู้เข้าฟังเสวนา ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเครือข่ายปฏิรูปพลังงานภาคประชาชน และพระพุทธะอิสระก็สั่งให้ปิยสวัสดิ์ถอนคำพูดทันที ซึ่งปิยสวัสดิ์จึงกล่าวถอนคำพูด

จากนั้นคุรุจิตกล่าวย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องมีกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานว่า เพื่อนำเงินกองทุนมาใช้ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ผลอย่างมาก คือ ตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุนในปี 2548 ทำให้สัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน ณ สิ้นปี 2556 เพิ่มเป็น 11.6% เทียบกับก่อนหน้านี้ที่มาสัดส่วนเพียง 0.48% และถือว่าคุ้มเมื่อเทียบกับที่เก็บเงินจากน้ำมันทุกประเภท 0.25 บาท/ลิตร แต่ในกรณีที่เกิดการกระทำผิดใช้เงินไม่ถูกต้อง ก็ต้องไปสอบวินัย

ต่อมา ปานเทพ เสนอว่า แทนที่จะเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาชดเชยแก่ผู้ใช้ก๊าซแอลพีจี ควรนำกำไรจากภาคปิโตรเคมีและอุตสาห กรรมมาลดภาระค่าก๊าซให้ประชาชน ซึ่งตัวแทนภาครัฐตอบว่าตรงนี้ต้องขึ้นกับนโยบายรัฐบาล

นอกจากนี้

มนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า การบิดเบือนโครงสร้างราคาน้ำมันเริ่มจากการไปตั้งราคาหน้าโรงกลั่นที่ไม่เท่ากัน ทำให้ต้องเกิดการต้องมาเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่เท่ากันในแต่ละภาค ซึ่งจะแก้ไขปัญหาควรทำให้ราคาหน้าโรงกลั่นเท่ากันทั้งหมด แต่ถ้ามีกองทุนที่เข้ามาดูแลก๊าซโดยเฉพาะก็จะเป็นเรื่องดี แต่ไม่เห็นด้วยที่จะมีการยกเลิกกองทุนน้ำมันเพราะจะทำให้ไม่มีงบสนับสนุนให้คนใช้พลังงานบางประเภท เช่น อี85

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน