posttoday
ยูโอบีชูหุ้นไทยแจ๋ว

ยูโอบีชูหุ้นไทยแจ๋ว

25 กันยายน 2557

มองปีนี้1,650เป้าปีหน้า1,700จุดโครงการภาครัฐหนุนกำไรบจ.โต

มองปีนี้1,650เป้าปีหน้า1,700จุดโครงการภาครัฐหนุนกำไรบจ.โต

บลจ.ยูโอบีมองหุ้นโค้งสุดท้ายแตะ 1,6301,650 จุด ส่วนปีหน้า 1,700 จุด โครงการรัฐหนุน กำไร บจ.โต

น.ส.ศิริพรรณ สุทธาโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทมองแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 2558 เป็นทิศทางบวก โดยคาดว่าดัชนีปีนี้แตะ 1,6301,650 จุด ตามการเติบโตของเศรษฐกิจไทย หลังจากรัฐบาลเข้ามาดำเนินการให้เกิดนโยบายและการลงทุนต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคเอกชนมีทิศทางที่ดีขึ้น

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์จีดีพีปีนี้จะเติบโต 1.5% และในปีหน้าเติบโตได้ 5% จึงประเมินว่าในปี 2558 ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแตะ 1,700 จุด โดยคาดว่าบริษัทจดทะเบียนจะมีความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้นและเติบโต 1215% ในปีหน้า จากปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 1012%

สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายในประเทศ การลงทุนภาครัฐและการท่องเที่ยวจึงน่าสนใจ เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ รับเหมาก่อสร้าง ท่องเที่ยว เป็นต้น

น.ส.ศิริพรรณ กล่าวว่า ในส่วนของเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติ ปัจจุบันยังไม่ได้กลับเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยเต็มตัว จึงเชื่อว่ายังมีนักลงทุนบางส่วนรอจังหวะ และตัดสินใจว่าจะกลับเข้ามาลงทุนหรือไม่ เนื่องจากหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง ดังนั้นหากนโยบายของภาครัฐเห็นผลจริงและสะท้อนถึงการเติบโตของเศรษฐกิจปีหน้าที่กลับมาฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น ก็เชื่อว่าจะมีเงินไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น

“ทางบริษัทแม่ ยูโอบี (สิงคโปร์) ก็ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย หลังจากมองว่าการเมืองเริ่มดีขึ้นและมีความชัดเจนจากนโยบายต่างๆ ของภาครัฐ จึงปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนจากเดิมมาอยู่ระดับปกติ ซึ่งนอกจากไทยแล้วยังเพิ่มน้ำหนักลงทุนในอินโดนีเซียด้วย” นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าว

นอกจากนี้ แนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนหุ้นต่างประเทศ โดยมองญี่ปุ่นยังน่าสนใจ ราคาหุ้นมีโอกาสปรับสูงขึ้นได้อีก เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลางและเล็กในญี่ปุ่นยังปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มาก ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็มีกองทุนที่ลงทุนในหุ้นดังกล่าว

น.ส.ศิริพรรณ กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว จึงแนะนำให้จัดสรรเงินลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจบริการด้านสุขภาพ (เฮลท์แคร์) เนื่องจากธุรกิจนี้ยังขยายตัวต่อเนื่องและสอดคล้องกับแนวโน้มในอนาคตที่คนจะมีอายุยืนขึ้น และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพสูงขึ้นตาม ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ในธุรกิจนี้จะเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐ

“พอร์ตการลงทุน แนะนำลงทุนหุ้นไทยประมาณ 3050% หุ้นต่างประเทศ 2030% ในญี่ปุ่นและหุ้นธุรกิจเฮลท์แคร์” น.ส.ศิริพรรณ กล่าว

สำหรับตลาดหุ้นยุโรปยังไม่คาดหวังว่าจะขึ้นทันที ยังต้องจับตาดูมาตรการต่างๆ เริ่มส่งผลบวกหรือไม่ แม้จะมีคิวอีก็ไม่ได้เป็นเม็ดเงินที่มากเหมือนสหรัฐ ขณะที่จีนแม้ราคาหุ้นไม่แพง แต่ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในระดับสูง และปัญหาคุณภาพสินทรัพย์ในภาคการเงินยังเป็นปัจจัยกระทบต่อการลงทุนในหุ้นจีนเป็นระยะ

สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย คาดว่าจะปรับขึ้นในครึ่งปีหลังหรือประมาณไตรมาส 3 ในอัตรา 0.500.75% จึงแนะนำลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศอายุไม่เกิน 3 ปี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน