
IFEC ซื้อกิจการสร้างกระแสเงินสด
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) นับเป็นหุ้นขวัญใจนักลงทุนทุกระดับ
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) นับเป็นหุ้นขวัญใจนักลงทุนทุกระดับ เมื่อราคาหุ้นพุ่งขึ้นหลายเท่าตัวภายหลังบริษัทปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ขายทิ้งธุรกิจจำหน่ายเครื่องถ่ายเอกสารเข้าไปสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน
“วิชัย ถาวรวัฒนยงค์” ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท IFEC ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์หลักคือการซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าชีวมวล บริหารจัดการขยะชุมชน โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ได้ใบอนุญาตและมีสัญญาขายไฟฟ้า รวมถึงเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์สามารถรับรู้รายได้ทันที ซึ่งเริ่มซื้อกิจการตั้งแต่ปลายปี 2556 ต่อเนื่องถึงทั้งปี 2557 โดยใช้งบลงทุนไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้โรงไฟฟ้าในพอร์ตถึง 40 เมกะวัตต์ในสิ้นปี 2557 ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 9.50 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าชีวมวลอีก 6.80 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจาและรอลงนาม
“ช่วงแรก IFEC ถือเป็นน้องใหม่ จึงใช้กลยุทธ์เอากระแสเงินสดที่มีจากการขายธุรกิจเดิม มูลค่า 407 ล้านบาท และการเพิ่มทุนมาซื้อกระแสเงินสดคือธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ใบอนุญาตเดิมแล้ว แม้ต้องจ่ายพรีเมียมบ้างแต่ก็ยังมีกำไรจากราคารับซื้อไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 4% ต่อปี เมื่อเรามีประสบการณ์แล้วจะเริ่มลงทุนโครงการใหม่เองด้วยในอนาคต
บริษัทเริ่มรับรู้กำไรและรายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนหลังปิดงบไตรมาส 3 เตรียมขอย้ายไปซื้อขายในหมวดพลังงานในไตรมาส 4 ปี 2557
แนวโน้มผลดำเนินงานรวมทั้งปีนี้จะมีโอกาสพลิกมีกำไรสุทธิราว 100 ล้านบาท จากการทยอยรับรู้กำไรพิเศษ จากการขายธุรกิจเดิมประมาณ 100150 ล้านบาท และกำไรธุรกิจโรงไฟฟ้าหากคิดเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานอาจยังขาดทุน
สำหรับในปี 2558 กำไรจะเทิร์นอะราวด์ชัดเจน ด้วยธุรกิจพลังงานทดแทนที่มีอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยสูงถึง 50% โดยจะรับรู้กำไรเต็มปีจากโรงไฟฟ้า 40 เมกะวัตต์ ที่ประมาณ 400 ล้านบาท รายได้รวมประมาณ 864 ล้านบาท และยังมีแผนที่จะเพิ่มพอร์ตเป็น 300 เมกะวัตต์
ขณะที่ช่วงเดือน พ.ค. 2558 IFEC มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 10 เมกะวัตต์ ที่จะเสร็จจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบโดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้า 3.50 บาท เป็นระยะเวลา 10 ปี โครงการนี้ร่วมทุนถือหุ้นสัดส่วน 80% กับเจ้าของเดิมใน บริษัท กรีน โกรท ตั้งอยู่ที่ ต.บางพระ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และในอนาคตมีแผนที่ร่วมทุนกันพัฒนาอีกประมาณ 300 เมกะวัตต์
ส่วนแผนในปี 2559 ต้องการจะมีพอร์ตรวมประมาณ 600 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการในประเทศและต่างประเทศ
“วิชัย” เปิดโมเดลธุรกิจในระยะยาวว่าต้องการเป็น “โฮลดิ้ง” แบ่งเป็น 5 โมเดลและนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ 1.โรงไฟฟ้าพลังงานลมซึ่งมีแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 2559 2.โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลจากขยะซึ่งจะทำแบบครบวงจร ทั้งบริหารจัดการกำจัดขยะให้ชุมชน รีไซเคิลและผลิตปุ๋ย 3.พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ 4.พลังงานทดแทนในกัมพูชาซึ่งได้สัญญาสัมปทานแล้ว คาดจะเริ่มก่อสร้างในปี 2557 แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า 20 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าขยะอีกประมาณ 60 เมกะวัตต์ และ 5.แผนการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น







