
ธุรกิจรักษาความปลอดภัยโตตามต่างชาติ
จีโฟร์เอสฯ มองธุรกิจรักษาความปลอดภัยโตสูง เหตุต่างชาติยังไม่เข้าใจไทยดีพอจึงจ้าง รปภ.มาก
จีโฟร์เอสฯ มองธุรกิจรักษาความปลอดภัยโตสูง เหตุต่างชาติยังไม่เข้าใจไทยดีพอจึงจ้าง รปภ.มาก
นายจรุง กาญจนภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโฟร์เอส (G4S) ซีเคียว โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การว่าจ้างทีมงานรักษาความปลอดภัยมีอัตราการเติบโตสูง ถึงแม้ว่าจะมีบริษัทเปิดใหม่ที่ทำธุรกิจด้านนี้เพิ่มขึ้น แต่บริษัทยังมั่นใจว่ารูปแบบการทำธุรกิจที่ครบวงจรจะเป็นโอกาสการจ้างงานจากองค์กรขนาดใหญ่มากกว่า เพราะมีทั้งเงินเดือนขั้นต่ำและสวัสดิการที่ดีดึงดูดใจให้คนงานมาทำงานด้านนี้มากขึ้น
ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานกว่า 1.5 หมื่นคน สัดส่วนรายได้จีโฟร์เอสฯ มาจากกลุ่มรักษาความปลอดภัย 50% ธุรกิจขนเงิน 25% และธุรกิจรับจ้างทำความสะอาด 25% ของรายได้รวมของบริษัท
“มีหลายธุรกิจมองว่ากลุ่มงานประเภทนี้เป็นกลุ่มโลโซ จึงไม่ต้องการลงทุนหรือพัฒนาศักยภาพในส่วนนี้มาก จึงยอมจ่ายเงินเพื่อว่าจ้างทีมเอาต์ซอร์สที่มีความเชี่ยวชาญและความพร้อมทางอุปกรณ์จากภายนอกมากกว่าลงทุนเอง ทำให้ธุรกิจของเรามีการเติบโตที่ดีทุกปี” นายจรุง กล่าว
ด้านการว่าจ้างแรงงานเพื่อมาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยนั้น จะต้องมีการสืบประวัติ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างด้าวก็ควรมีข้อมูลเหล่านี้ที่ชัดเจน เช่น ประวัติทางอาชญากรรม ประวัติการทำงานย้อนหลัง 5 ปี เพราะลูกค้าเหล่านี้จะกังวลกับคนที่ต้องมารักษาความปลอดภัยมาก ดังนั้นบริษัทยังไม่มีแผนจ้างงานแรงงานต่างด้าวเพื่อมาดูแลบุคคลสำคัญด้านงานรักษาความปลอดภัย แต่จะใช้ไปในงานด้านอื่นๆ เช่น ทำความสะอาดหรือจัดสวนมากกว่า แต่ต้องคัดกรองด้วยและยังไม่มีแนวโน้มส่งแรงงานด้านนี้ออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะความต้องการในตลาดไทยมีสูงมาก มีอัตราการเติบโตเป็นเลขสองหลักติดต่อกันมา 5 ปีแล้ว
ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าที่ให้บริการจะเข้าหาทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ องค์กรเอกชนขนาดใหญ่ และกำลังขยายในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนและเฮลท์แคร์ ที่ต้องการเรื่องความสะอาดและปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังจะเพิ่มเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยเสริมในด้านของการตรวจเช็กผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อให้สามารถตรวจสอบการทำงานของพนักงานแต่ละคนได้ด้วย







