
เมืองไทยฯพึ่งทุกช่องทางหนีม็อบ
ยอดขายไม่หายพ.ค.โต30%
ออกสินค้าใหม่จับกลุ่มสูงวัยโพสต์ทูเดย์
— เมืองไทยประกันชีวิตเผยม็อบไม่กระเทือนยอดขาย เดือน พ.ค. ยังโตไม่ต่ำกว่า 30% อาศัยช่องทางขายหลากหลายเสริมตลาด กทม. รุดจากสถานการณ์เมือง เฉพาะฉลุย 4 เดือนเบี้ยลูกค้าใหม่โต 42.35%นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า จากความไม่สงบทางการเมืองในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัท โดยเบื้องต้นคาดว่ายอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% และยังไม่มีการปรับเป้าหมายยอดขายใหม่แต่อย่างใด
สำหรับช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ยังรักษาการเติบโตของเบี้ยรับรวมได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีจำนวน 9,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.3% จากเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ 42% แบ่งเป็นลูกค้ารายใหม่ 3,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.5% เนื่องจากเติบโตทุกช่องทางการจำหน่าย โดยตัวแทนทำยอดขายเพิ่มขึ้น 17% การขายผ่านธนาคารเติบโต 60% ช่องทางอื่นเติบโต 44%
“
เราเติบโตดีกว่าอุตสาหกรรมประกันชีวิตที่ 4 เดือนเบี้ยรับรวมเพิ่มขึ้น 17% เท่านั้น ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับ 3 เดือนแรกที่เบี้ยรับรวมเพิ่มขึ้น 19% เนื่องจากเดือน เม.ย. มีวันหยุดมาก” นายสาระ กล่าวสำหรับไตรมาส 2 นี้ เชื่อมั่นว่าการทำตลาดยังไปได้ดี โดยได้ออกกรมธรรม์เพื่อผู้สูงวัยคุ้มครองกรณีเสียชีวิตอย่างเดียว จับกลุ่มอายุออกมารองรับผู้ที่ต้องการซื้อความคุ้มครองในขณะที่มีอายุมากตั้งแต่ 5075 ปี ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และเป็นบริษัทเดียวที่รับประกันคนสูงอายุมากๆ ต่างจากกรมธรรม์ประเภทเดียวกันในตลาดที่จะกำหนดอายุไว้ไม่เกิน 70 ปี ซึ่งบริษัทมองว่าคนไทยมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น จึงได้ขยายอายุของผู้มีสิทธิทำประกันให้สูงขึ้นกว่าตลาด
นอกจากนี้ ยังคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสาธารณะถึง 2 เท่าของวงเงินความคุ้มครองที่ซื้อไว้เพื่อรองรับสังคมในเมือง โดยเฉพาะตลาดในกรุงเทพฯ ที่คนส่วนใหญ่นิยมเดินทางด้วยรถสาธารณะ ในอัตราเบี้ยประกันที่ไม่สูงมาก เช่น คุณวิทวัส สุนทรวิเนตร์ อายุ 56 ปี ที่เป็นพรีเซนเตอร์กรมธรรม์นี้ เบี้ยเฉลี่ยวันละ 5 บาทเท่านั้น
"กรมธรรม์สำหรับผู้สูงอายุที่คุ้มครองกรณีเสียชีวิตอย่างเดียวในท้องตลาดจะแพงกว่าของบริษัท "นายสาระ กล่าว
นายสาระ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของการลงทุนในธุรกิจประกันชีวิตช่วงหลังความไม่สงบทางการเมือง ยังไม่เปลี่ยนแปลง การลงทุนระยะสั้นส่วนใหญ่ยังคงยึดตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ ส่วนการลงทุนในระยะยาวเน้นหาผลตอบแทนที่สอดคล้องกับที่ต้องจ่ายให้ลูกค้า
นายนริศ อจละนันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า ผลจากบริษัทมีช่องทางการขายที่หลากหลาย ทำให้ยอดขายในช่วงเดือน พ.ค. ไม่ลดลงมาก เพราะถ้าช่องทางหนึ่งช่องทางใดได้รับผลกระทบ ช่องทางอื่นจะทำตลาดชดเชยซึ่งเป็นข้อได้เปรียบ และผลกระทบทางการเมืองเป็นเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น สิ่งที่ให้ความสำคัญและเฝ้าจับตาดูอยู่คือ ผลกระทบจากเศรษฐกิจไตรมาส 2 นี้ เพราะมีน้ำหนักมากในระยะยาว
นางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า ผลจากความไม่สงบทางการเมืองส่งผลให้การจัดงานกิจกรรมนอกสถานที่กับลูกค้าต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากต้องไปร่วมกับกิจกรรมอื่นๆ เช่น งานคอนเสิรต ก็ต้องเลื่อน ทำให้ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่เมื่อสถานการณ์สงบกิจกรรมต่างๆ คาดว่าจะเริ่มได้อีกครั้ง







