
เคาะยื่นซองสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว
บอร์ดรฟม.อนุมัติเอกชนผู้ซื้อซองสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ยื่นซอง 30 ก.ย.นี้
บอร์ดรฟม.อนุมัติเอกชนผู้ซื้อซองสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ยื่นซอง 30 ก.ย.นี้
พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดรฟม. ได้อนุมัติให้ผู้รับเหมาที่ซื้อแบบประมูล ทั้ง 31 ราย ยื่นประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 18.7 กม. วงเงิน 26,464 ล้านบาท ในวันที่ 30 ก.ย.นี้
ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ บอร์ดได้มีมติก่อนหน้านี้ว่าจะให้รฟม.รับผิดชอบเดินรถเอง ส่วนจะมีผลออกมาในรูปแบบให้รฟม.ดำเนินการเองทั้งหมด หรือจ้างเอกชนเข้ามาเดินรถนั้น รฟม.อยู่ศึกษาข้อมูลและหาข้อสรุป ซึ่งคาดว่าการดำเนินงานครั้งนี้จะเป็นต้นแบบให้กับการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคตด้วย แต่ขณะนี้บอร์ดรฟม.ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะให้รฟม.เดินรถช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต
พล.อ.ยอดยุทธ กล่าวว่า สำหรับการออกมาให้ข่าวของนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล อดีตผู้ว่าการรฟม. ที่จะให้เจรจาเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค กับบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ(บีเอ็มซีแอล) นั้นไม่มีผลต่อการพิจารณาของคณะกรรมการม.13 แห่งพ.ร.บ.การให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) ที่มีนายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล รองผูัว่าการรฟม. เป็นประธาน เพราะการจะตัดสินให้เปิดประมูลหรือเจรจา เป็นเหตุผลที่คณะกรรมการม.13 จำเป็นต้องศึกษาหาข้อมูลที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับการยื่นใบลาออกของนายยงสิทธิ์ มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งบอร์ดรฟม.ได้มอบหมายให้นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล กรรมการรฟม.ไปพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดว่า กรณีที่ลาออกเพราะเหตุผลด้านสุขภาพ จำเป็นต้องชดเชยตามสัญญาจ้างหรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ที่ประชุมได้แต่งตั้งให้นายรณชิต แย้มสะอาด รองผู้ว่ารฟม. ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่รักษาการแทน ส่วนขั้นตอนการสรรหาผู้ว่า รฟม.คนใหม่ มีกรอบเวลา 1 ปี ดังนั้นในการประชุมบอร์ดครั้งต่อไปวันที่ 14 ต.ค.นี้จะเสนอตั้งคณะกรรมการสรรหาด้วย
"การลาออกจากตำแหน่งของนายยงสิทธิ์จะไม่ส่งผลกระทบต่อการสรรหาผู้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง เพราะการตัดสินใจเรื่องนี้เป็นอำนาจของคณะกรรมการตามม. 13 พ.ร.บ.ร่วมทุน ชี้ขาด" พล.อ.ยอดยุทธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะกรรมการม. 13 ได้ยุติการทำงานและการเลื่อนการประชุมออกไป เนื่องจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตามนโยบายของรัฐบาล แต่คาดว่าการตรวจสอบจะไม่ใช้เวลาไม่นานจนส่งผลกระทบต่อโครงการ
พล.อ.ยอดยุทธ กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงคมนาคมที่ให้ชะลอการปรับขี้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินสายเฉลิมรัชมงคล ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง จากบีเอ็มซีแอล ตามสัญญาตัองปรับเพิ่ม 1-2 บาท ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่มีการชะลอการปรับมาถึงวันที่ 2 ต.ค.นี้ แต่นโยบายให้ชะลอออกไปอีกนั้น ขณะนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหาร รฟม.ดำเนินการเจรจา และจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนก่อนวันที่ 27 ก.ย.นี้
"ส่วนแนวนั้นเป็นไปได้ว่าจะขอให้ชะลอปรับขึ้น 1-2 บาท หรือขอปรับราคาแค่บางส่วน เช่น 1 บาทตลอดสาย แต่การหารือจะต้องมีข้อสรุปก่อนวันที่ 27 ก.ย. เพราะ รฟม.ต้องนำข้อสรุปไปเสนอในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช้อป) ระบบขนส่งทางบก ของกระทรวงคมนาคมในวันที่ 27 ก.ย. นี้ “พล.อ.ยอดยุทธ กล่าว
ด้านนายรณชิต แย้มสะอาด รักษาการผู้ว่า รฟม. กล่าวว่า ได้รับมอบหมายในการเจรจาเรื่องการขอขยายระยะเวลาในการปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งตามข้อเสนอของพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) เสนอให้ปรับเป็น 2 ช่วง คือ วันที่ 1 ธ.ค.2557 ให้ปรับขึ้น 1 บาทก่อน ส่วนที่จะปรับขึ้น 2 บาท นั้นให้ยืดเวลาออกไปเป็นวันที่ 1 ก.ค.2558 แทน ขณะนี้ได้แจ้งเงื่อนไขข้อเสนอดังกล่าวไปยังผู้บริหารของบีเอ็มซีแอลแล้ว ซึ่งได้ขอเวลาในการพิจารณาเรื่องนี้ คาดว่าภายในวันที่ 25ก.ย.นี้ จะได้คำตอบ
แหล่งข่าวจาก รฟม. กล่าวว่า ข้อเสนอของ รฟม.ที่ยื่นไปนั้น เชื่อว่าบีเอ็มซีแอล.อาจพิจารณารับข้อเสนอเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หรืออาจกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่คงจะไม่มีการยืดเวลาการปรับค่าโดยสารไปถึงกลางปีหน้าอย่างแน่นอน เพราะตามเงื่อนไขในสัญญากำหนดว่าจะมีการปรับค่าโดยสารทุก 2 ปีอยู่แล้ว ตามสัญญาการปรับราคาค่าโดยสารกำหนดทุกๆ 2 ปี ยึดตามดัชนีผู้บริโภคในปีที่ครบกำหนดต้องปรับราคา ส่วนข้อเสนอการปรับค่าโดยสารนั้นจะเพิ่มจาก16-40 บาท เป็น 16-42 บาท แต่ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 16 บาท โดยคิดตามสถานี







