
พาณิชย์เปิดทางเอกชนขอปรับราคาสินค้า
“ฉัตรชัย”เปิดทางเอกชนขอปรับราคาสินค้าแต่ต้องมีเหตุผลชัดเจนนัดประชุมทูตพาณิชย์ต.ค.นี้ กำหนดเป้าส่งออกปี 58
“ฉัตรชัย”เปิดทางเอกชนขอปรับราคาสินค้าแต่ต้องมีเหตุผลชัดเจนนัดประชุมทูตพาณิชย์ต.ค.นี้ กำหนดเป้าส่งออกปี 58
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในส่วนของการดูแลค่าครองชีพให้ประชาชนนั้น ซึ่งภาคเอกชนยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้ากับภาครัฐอยู่แล้ว แต่หากจะมีปรับขึ้นราคาสินค้า ก็สามารถเสนอเข้ามาให้พิจารณาได้ ซึ่งต้องมีเหตุที่ชัดเจนและตอบได้ว่ามีต้นทุนเพิ่มจากอะไร และขึ้นราคาเท่าไรถึงจะรับได้ทั้งฝ่ายผู้ผลิตและผู้บริโภค หากไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนก็จะไม่พิจารณาให้
“การขอปรับขึ้นราคา หากเอกชนแบกรับต้นทุนไม่ไหวจริง ก็เสนอโครงสร้างต้นทุนเข้ามาได้ โดยการปรับราคาจะต้องมีเหตุผลชัดเจน เช่น น้ำมันขึ้นราคา แล้วมาอ้างขอปรับราคาสินค้า คงไม่ใช่เหตุผลนี้ โดยต่อไปนี้ภาครัฐและเอกชนจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งระบุว่าหากเอกชนมีปัญหาก็เสนอมาให้รัฐแก้ไข หากแก้ไขในระดับกระทรวงฯไม่ได้ ก็จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาแก้ไข” พล.อ.ฉัตรชัย
อย่างไรก็ตาม การมอบนโยบายทำงานให้กับกรมการค้าภายในได้เน้นย้ำให้เน้นสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย ดูแลราคาสินค้าให้เป็นไปตามกลไกตลาด และป้องกันการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าเอาเปรียบผู้บริโภค
นอกจากนี้ยังได้หารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ โดยขอให้ปรับวิธีการทำงานจากแบบสั่งการให้เป็นผู้สนับสนุนภาคเอกชนและประสานการทำงานกันมากขึ้น ซึ่งจะต้องทำงานประสานตั้งแต่ระดับกระทรวงต่อกระทรวง หน่วยงานรัฐบาลด้วยกันเอง และราชการกับภาคเอกชน ต่อไปการทำงานจะมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมในการกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันมากขึ้น โดยตั้งใจว่าจะมีการประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนให้ได้เป็นประจำทุกเดือน
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า เร็วๆนี้ จะประชุมร่วมกับภาคเอกชนและผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ในเดือนต.ค.2557 เพื่อร่วมกันประเมินแนวโน้มและทิศทางการค้าโลก แนวโน้มการส่งออกในปี 2558 ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด และจะมีมาตรการในการผลักดันการส่งออกอย่างไร โดยจะเป็นการทำงานร่วมกัน รับรู้ร่วมกัน
สำหรับกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) จะตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทยในปี 2558 นั้น อยากให้เอกชนปรับตัวมากกว่าการยึดติดว่าจะต้องได้รับการช่วยเหลือตลอดไป เพราะสุดท้ายแล้วการได้จีเอสพีก็ต้องหมดไปอยู่ดี เมื่อเศรษฐกิจของไทยมีการพัฒนาขยายตัวเพิ่มขึ้น
นางดวงกมล เจียมบุตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า รมว.พาณิชย์ได้มอบนโยบายให้กรมเร่งผลักดันให้ผู้ส่งออกมีการเพิ่มมูลค่าในสินค้าต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ไม่จำเป็นต้องขายเฉพาะสินค้าเกษตร แต่ให้พัฒนาแปรรูปไปเป็นสินค้าใหม่ ไม่ใช่ขายแค่ยางธรรมชาติ ต้องพัฒนาไปเป็นยางรถยนต์ ถุงมือยาง หรือแปรงสีฟัน เป็นต้น หรือสินค้าข้าว ก็ต้องมีการพัฒนาแปรรูปไปเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าและสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า กรมการค้าภายในได้รายงานที่ประชุมมอบนโยบายให้กับพล.อ.ฉัตรชัย รับทราบ โดยกำหนดยุทธศาสตร์ งานเร่งด่วนภายใน 1 ปี โดยจะแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน แบ่งเป็น 4 แผนงาน คือ ตรึงราคาสินค้า ด้วยการขอความร่วมมือผู้ผลิต ผู้จำหน่ายสินค้าตรึงราคาสินค้าหรือปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ติดตามดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ ด้วยการตรวจสอบราคาจำหน่ายต้นทางกลางทางและปลายทาง ติดตามดูแลต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค ด้วยการตรวจสอบราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตการจำหน่าย และจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์ ด้วยการวิเคราะห์สถานการณ์และปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ
ทั้งนี้หากยุทธศาสตร์ดังกล่าวประสบผลสำเร็จก็จะทำให้ราคาสินค้าเหมาะสมและเป็นธรรมสอดคล้องกับต้นทุน อัตราเงินเฟ้อไม่สูงกว่า 2-2.8% ประชาชนซื้อสินค้าในราคาถูกมีรายได้คงเหลือเพิ่มขึ้นและปริมาณสินค้ามีเพียงพอกับความต้องการ







