posttoday
กางประโยชน์ RCEP โอกาสอุตฯยางเพิ่มขีดแข่งขัน

กางประโยชน์ RCEP โอกาสอุตฯยางเพิ่มขีดแข่งขัน

24 กันยายน 2557

ชาติสมาชิกอาเซียนและคู่ค้าอีก 6 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ชาติสมาชิกอาเซียนและคู่ค้าอีก 6 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กำลังเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งความร่วมมือนี้จะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้

อาชนัน เกาะไพบูลย์ และคณะวิจัยจากศูนย์บริการวิชาการเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยผลการวิจัยการเตรียมความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมไทยใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า RCEP ยังจะช่วยเพิ่มศักยภาพการส่งออกของอุตสาหกรรมยางพารา เพราะตลาดส่งออกหลักล้วนแต่อยู่ในภูมิภาคนี้ซึ่งผู้นำเข้าหลักของไทยคือจีน ที่ปัจจุบันยังเก็บภาษีในระดับสูง ขณะเดียวกันจะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทย เพราะสามารถนำเข้าวัตถุดิบหลากหลายชนิดในราคาถูกลง

การลดภาษีตามกรอบ RCEP จะทำให้คู่แข่งไทยในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เช่น จีน และเวียดนาม ได้สิทธิประโยชน์ไปด้วย ไทยจึงต้องผลักดันให้ตลาดส่งออกอื่นๆ ทยอยเปิดเสรี และลดมาตรการกีดกันการค้า

สำหรับอุตสาหกรรมเหล็ก RCEP ถือว่ารวมผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกไว้ทั้งหมด ความท้าทายที่สำคัญคือการทุ่มตลาด ที่เป็นผลต่อเนื่องจากปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน ตลอดจนจะมีแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตและราคาเหล็กปลายน้ำ โดยราคาเหล็กต้นน้ำ ซึ่งเป็นต้นทุนจะมีราคาสูงกว่าราคาเหล็กปลายน้ำมากทำให้ต้นทุนเฉลี่ยการผลิตเหล็กไทยแพงกว่าต้นทุนเฉลี่ยในต่างชาติประมาณ 2 เท่า

ด้านผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณี ที่ผลิตสินค้าและเครื่องประดับแบบทั่วไประดับกลางน้ำและปลายน้ำ จะเผชิญการแข่งขันจากจีน และเพชรจากอินเดียที่จะนำเข้ามาอย่างถูกกฎหมายและปลอดภาษี

ส่วนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจะสามารถใช้ตลาด RCEP พัฒนาความสามารถ และเชื่อมโยงเครือข่ายในภูมิภาค แต่ต้องเจรจาให้มีการลดภาษีเพิ่มในเกาหลีใต้ อินเดีย และเวียดนาม ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมยานยนต์ในส่วนของผู้ผลิตชิ้นส่วนจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะได้เปิดตลาดในความตกลงก่อนหน้าเกือบหมดแล้ว ประกอบกับการใช้ระบบประมูลชิ้นส่วนยานยนต์ของโลก ทำให้การกำหนดราคาชิ้นส่วนเชื่อมโยงกับราคารถยนต์ ไม่ได้คำนึงถึงภาษีศุลกากร

ผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ประเมินว่า การเปิดเสรีจะกระตุ้นยุทธศาสตร์การลงทุนของบริษัทข้ามชาติญี่ปุ่นให้ลดการลงทุนในจีน และขยายการลงทุนในประเทศอื่น ก่อนส่งสินค้าไปขายในจีนมากขึ้น

ด้านอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจเจอเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนที่จะมาตีตลาด แต่ไทยก็มีโอกาสนำเข้าวัตถุดิบจากต้นทางที่หลากหลายขึ้น ส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะได้ผลบวกจากการส่งออกชุดมอเตอร์ไปยังประเทศกลุ่มนี้ ที่ปัจจุบันเก็บภาษีนำเข้า 510%

ขณะที่ประเมินว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนัก แต่จะมีโอกาสเพิ่มเพราะตลาดกว้างขึ้น และต้องเร่งผลักดันคือให้อินเดียเปิดตลาดมากขึ้น ในสินค้าเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ชุดชั้นในสตรี และเสื้อกีฬา ที่มีภาษีสูง

ส่วนอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์จะได้รับผลกระทบในแง่อาจมีการใช้มาตรการที่มิใช่ภาษีมากขึ้น ในเรื่องความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน