posttoday
ไทยกับเศรษฐกิจดิจิทัล

ไทยกับเศรษฐกิจดิจิทัล

23 กันยายน 2557

ไทยกับเศรษฐกิจดิจิตอลเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจสำคัญประการหนึ่ง คือ ส่งเสริมและวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมถึงการผลิตและการค้าผลิตภัณฑ์ดิจิทัลโดยตรง ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์สื่อสาร บริการทางการเงิน ฯลฯ ซึ่งคำว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไม่ใช่คำใหม่ มีการพูดถึงกว่าสิบปีมาแล้ว และมีคำจำกัดต่างกันไป เช่น รัฐบาลออสเตรเลียให้คำจำกัดความว่าเป็น “เครือข่ายของโลกเกี่ยวกับกิจกรรมเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งสามารถดำเนินการภายใต้พื้นฐานของเครือข่ายต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ เซ็นเซอร์ ฯลฯ

ไทยกับเศรษฐกิจดิจิตอลเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจสำคัญประการหนึ่ง คือ ส่งเสริมและวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมถึงการผลิตและการค้าผลิตภัณฑ์ดิจิทัลโดยตรง ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์สื่อสาร บริการทางการเงิน ฯลฯ ซึ่งคำว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไม่ใช่คำใหม่ มีการพูดถึงกว่าสิบปีมาแล้ว และมีคำจำกัดต่างกันไป เช่น รัฐบาลออสเตรเลียให้คำจำกัดความว่าเป็น “เครือข่ายของโลกเกี่ยวกับกิจกรรมเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งสามารถดำเนินการภายใต้พื้นฐานของเครือข่ายต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ เซ็นเซอร์ ฯลฯ

สำหรับเดิมโลกของเราอยู่ในยุคอะนาล็อก ซึ่งเป็นข้อมูลแบบต่อเนื่องและขนาดของสัญญาณไม่คงที่ มีข้อเสียสำคัญ คือ สัญญาณจะถูกรบกวนหรือเปลี่ยนแปลงจากต้นฉบับได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อถ่ายทอดต่อๆ กันไป เป็นต้นว่า เสียงจะอู้อี้ ภาพจะไม่คมชัด ทำให้พัฒนาสู่ดิจิทัล โดยข้อมูลจะถูกแปลงเป็นเลขฐาน 2 มีเพียง 2 ค่า คือ ระดับสูงสุดกับต่ำสุด หรือ 0 กับ 1 เท่านั้นซึ่งความจริงแล้วดิจิทัลก็ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด สำหรับลูกคิดที่คนจีนประดิษฐ์และใช้อย่างแพร่หลายกันยาวนานหลายพันปี ก็นับเป็นข้อมูลดิจิทัล เพราะลูกคิดแต่ละลูกจะมีเพียงแค่ 2 สถานภาพเท่านั้น คือ ขึ้นหรือลง หรือ 1 กับ 0 เท่านั้น

การก้าวสู่ดิจิทัลนับเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 โดยครั้งแรกเกิดในอังกฤษเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 เมื่อเริ่มผลิตสิ่งทอโดยเครื่องจักรทันสมัย เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมครัวเรือนมาเป็นโรงงานขนาดใหญ่

จากนั้นโลกได้ก้าวสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เมื่อรถยนต์ฟอร์ดคิดค้นการผลิตแบบสายพานเคลื่อนที่ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตนำไปสู่การผลิตสินค้าจำนวนมาก หรือ Mass Production ด้วยต้นทุนถูกลง

ดิจิทัลนับเป็นการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ทำให้สามารถสื่อสารอย่างรวดเร็วแม่นยำเหมือนกับต้นฉบับ สามารถบีบอัดข้อมูลเพื่อให้ติดต่อสื่อสารถูกลงและรวดเร็วยิ่งขึ้น อุปกรณ์ในยุคดิจิทัลจะมีขนาดเล็กและฉลาดกว่าเดิมมาก ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ มากมาย บริษัทหรือประเทศใดที่ปรับตัวทันเทคโนโลยีใหม่ก็จะเจริญอย่างรวดเร็ว หากปรับตัวไม่ทันจะประสบปัญหารุนแรง

ตัวอย่างหนึ่ง คือ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปจากแบบฟิล์มมาเป็นดิจิทัล ทำให้บริษัท โกดัก ที่ยิ่งใหญ่ในอดีตประสบปัญหาอย่างรุนแรง ต้องขอรับความคุ้มครอง วส่วนตามกฎหมายล้มละลาย ขณะที่บริษัทที่สามารถแสวงหาประโยชน์จากดิจิทัลก็เติบโตรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ เช่น แอปเปิ้ล ซัมซุง กูเกิล เฟซบุ๊ก ซิสโก้ ไลน์ ฯลฯ พัฒนาตนเองกลายเป็นบริษัทแนวหน้าของโลกในเวลาเพียงไม่กี่ปี

ความจริงแล้วเมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา หรือปี 2530–2540 ไทยเป็นประเทศที่แสวงหาประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมาก โดยเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ใช้โทรศัพท์มือถือ 2จี การส่งดาวเทียมเชิงพาณิชย์ เคเบิลทีวีผ่านดาวเทียมและเคเบิลใยแก้ว ฯลฯ ทำให้มีโอกาสทางธุรกิจมากมาย เช่น ขายช่องสัญญาณดาวเทียม ทำธุรกิจโทรทัศน์ในต่างประเทศ ทำธุรกิจบริการโทรศัพท์มือถือในต่างประเทศ ฯลฯ

แต่ระยะหลังกลับตรงกันข้าม บริการโทรศัพท์มือถือแบบ 3จี และ 4จี ของไทยยังตามหลังลาวและกัมพูชา ขณะที่บริการดาวเทียมซึ่งเดิมไทยเป็นผู้นำในภูมิภาค ได้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง ส่วนโทรทัศน์ดิจิทัลของไทยก็ล่าช้า ขณะที่ระบบราชการไทยซึ่งกำลังจะมีบทบาทผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล ควรปฏิรูปตนเองก่อน เพราะยังเป็นองค์กรแบบอะนาล็อกอยู่

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI