
โลกของ i
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา 9 ประเทศแรกในโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ถือเป็นลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้มีโอกาสสัมผัสสมาร์ทโฟน ไอโฟน 6 ไอโฟนพลัส และแกดเจ็ตไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างแอปเปิ้ลวอตช์ ที่ยังไม่รวมถึงเทคโนโลยีชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ “แอปเปิ้ล เพย์” ที่ว่ากันว่าจะเข้ามาเปลี่ยนโลกธุรกรรมการเงินในอนาคต
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา 9 ประเทศแรกในโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ถือเป็นลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้มีโอกาสสัมผัสสมาร์ทโฟน ไอโฟน 6 ไอโฟนพลัส และแกดเจ็ตไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างแอปเปิ้ลวอตช์ ที่ยังไม่รวมถึงเทคโนโลยีชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ “แอปเปิ้ล เพย์” ที่ว่ากันว่าจะเข้ามาเปลี่ยนโลกธุรกรรมการเงินในอนาคต
ขณะที่สาวกแอปเปิ้ลชาวไทย คาดว่าจะได้มีโอกาสยลโฉมผลิตภัณฑ์ดังกล่าวราวปลายเดือน ต.ค.นี้
การเปิดตัวและทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในครั้งนี้ ยังไม่นับรวมกับเจ้าของสินค้าเทคโนโลยีหรือไอทีค่ายอื่นๆ ที่ต่างพัฒนาสินค้าเพื่อรอเปิดตัวอีกเป็นจำนวนมากในอนาคต ที่สอดคล้องกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้
บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจร ระบุถึงเทรนด์ “อินเทอร์เน็ตคือทุกสิ่ง” (Internet of Things : IoT) ที่กำลังจะเกิดขึ้นและเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในอนาคตอันใกล้นี้ โดยคาดว่าในปี ค.ศ. 2020 จะมีอุปกรณ์มากกว่า 7.5 ล้านชิ้นเชื่อมต่อหากันทั้งระหว่างอุปกรณ์และผู้คน โดยเฉพาะจากการเข้ามาของสมาร์ทดีไวซ์ใหม่ๆ ที่ต่อไปจะไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟนเพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างกันแล้วเท่านั้น
ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นบ้านอัจฉริยะที่มีจำนวนมากขึ้น จากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่เก็บข้อมูลการทำงานพร้อมเชื่อมต่อ หาเจ้าของบ้านได้ตลอดทุกที่ทุกเวลา ผ่านการสั่งงานจากสมาร์ทโฟน หรือสมาร์ทวอตช์ ซึ่งแกดเจ็ตอย่างหลังจะเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานรูปแบบใหม่ของผู้คนในอนาคต ที่เรียกว่าเป็นกระแสอุปกรณ์ติดตัวเพื่อสวมใส่ (Wearable Devices) เช่น การคิดค้นผลิตภัณฑ์ “กูเกิล กลาส” แว่นตาอัจฉริยะที่ผู้ใช้งานสามารถท่องอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้ในขณะที่กำลังสนทนากับผู้คนได้พร้อมกันๆ
หรืออย่างรองเท้าอัจฉริยะสมาร์ทชูส์ ที่มีระบบติดตามหรือจีพีเอสฝังอยู่ไว้ภายในพร้อมชิปเซตจดจำข้อมูลพร้อมสั่งการ เพื่อให้ผู้สวมใส่รองเท้าเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้ถูกต้องแม้จะไม่มีแผนที่ ด้วยตัวรองเท้าจะสั่งการบอกให้เดินเลี้ยวไปทางซ้ายหรือขวาได้ เป็นต้น
จากแนวคิดการพัฒนาอุปกรณ์สิ่งของต่างๆ ซึ่งกำลังจะเป็นเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ที่หลายฝ่ายคาดกันว่าโลกในอนาคตจะเกิดข้อมูลมหาศาลเต็มไปหมด โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของแบ่งปัน หรือแชร์ออกไปทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่นับจากนี้ผู้ใช้งานอาจต้องระมัดระวังในเรื่องของการแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลหรืออื่นๆ กันมากขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจและกำลังจะเกิดขึ้น คือ “โมบายล์ วอลเล็ต” การชำระเงินผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยคาดว่าในปี ค.ศ. 2017 หรือราว 3 ปีข้างหน้านับจากนี้ โมบายล์ เพย์เมนต์ จะมียอดการใช้จ่ายอยู่ที่ 1.17 แสนล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว เพื่อรองรับการเติบโตธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ที่จะขยายการเติบโตไปพร้อมกันทั่วโลกด้วย
จากการเข้ามาของโมบายล์ วอลเล็ต โดยเฉพาะการเปิดตัวของแอปเปิ้ล เพย์ ที่หลายคนรวมทั้งสถาบันการเงินหลายแห่งต่างกังวลว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจกำลังจะเข้ามาปิดฉากธุรกิจบัตรเครดิตกันเลยทีเดียว ด้วยในอนาคตเทคโนโลยีทุกอย่างจะอยู่ในมือผู้ใช้งานทั้งสิ้น โดยถือว่าเป็นโลกของไออย่างแท้จริง







