posttoday
มอง GDP แบบมีเหตุผล

มอง GDP แบบมีเหตุผล

22 กันยายน 2557

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ต่อไป โดยเหตุผลที่ยังคงดอกเบี้ยก็เนื่องมาจากปัจจัยจากเศรษฐกิจต่างประเทศที่ยังมีการฟื้นตัวที่อ่อนแออยู่ โดยการใช้จ่ายในประเทศเพิ่งเริ่มกลับมาฟื้นตัว รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ และปัญหาด้านปริมาณและราคาของผลผลิตในภาคการเกษตร

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ต่อไป โดยเหตุผลที่ยังคงดอกเบี้ยก็เนื่องมาจากปัจจัยจากเศรษฐกิจต่างประเทศที่ยังมีการฟื้นตัวที่อ่อนแออยู่ โดยการใช้จ่ายในประเทศเพิ่งเริ่มกลับมาฟื้นตัว รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ และปัญหาด้านปริมาณและราคาของผลผลิตในภาคการเกษตร

ทั้งหมดนี้ประมวลออกมาแล้วก็คาดกันว่าเศรษฐกิจประเทศไทยในปี 2557 จะเติบโตในระดับ 12% เท่านั้น ส่วนหลายสำนักก็คาดกันว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยน่าจะมีแนวโน้มที่สดใสมีการเติบโตที่ดีในระดับ 45%

เท่าที่ตามดูมุมมองทางเศรษฐกิจจากสื่อหลายๆ สำนัก เราจะเห็นว่าเมื่อหลายคนเห็นตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับที่ต่ำเช่นนี้ก็จะพากันบอกว่าปี 2557 เศรษฐกิจไม่ได้ดีอะไรมาก ขณะที่พอมองไปที่ปี 2558 แล้วโทนเสียงกลับพลิกกลับอย่างสิ้นเชิงไปเลย

ภาพที่หลายคนวาดไว้และรับรู้กันเสมือนหนึ่งเศรษฐกิจไทยมีการพุ่งทะยานและมีอนาคตสดใส และถ้าหากเรากลับไปดูพฤติกรรมในการมองตัวเลข Growth ในแต่ละปีและความคาดหวังถึง Growth ในอนาคตก็จะเห็นแง่มุมในลักษณะคล้ายๆ กันเช่นเดียวกับที่เกิดในปีนี้

มุมมองเช่นนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2553 ซึ่งเศรษฐกิจไทยมีการเติบโตในระดับที่สูงมาก โดยโตสูงสุด 10% ในไตรมาสแรก อีกช่วงก็คือปี 2555 ซึ่งมีการฟื้นตัวแบบก้าวกระโดดหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 โดยการฟื้นตัวนั้นปรากฏชัดเจนในไตรมาส 4 ของปี 2555 เศรษฐกิจเติบโตเกือบ 20% เทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2554 ที่ติดลบ

หากเราสังเกตดีๆ เราจะพบการเหวี่ยงตัวแรงของตัวเลข Growth ในช่วงที่ประเทศไทยประสบกับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติหรือวิกฤตที่เข้ามากระทบประเทศ ทั้งวิกฤตการเงินโลก ภัยพิบัติ หรือวิกฤตการเมือง สิ่งนี้ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจเกิดอาการชะลอตัวหรือถึงขั้นติดลบ

แต่ขณะเดียวกัน ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจากภาคเอกชนและการส่งออกทำให้เศรษฐกิจเรามีลักษณะที่ฟื้นตัวกลับมาได้รวดเร็วเช่นกัน เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ภาวะดังกล่าวนี้ส่งผลให้เรามองภาพเศรษฐกิจในลักษณะที่สุดโต่งไปทั้งในฝั่งของแง่ลบและแง่บวก

เปรียบเสมือนเรามอง Growth กับการวัดส่วนสูงเด็ก เรามองดูเด็กคนหนึ่งอายุ 2 ขวบ ตัวเขาสูงจาก 50 เซนต์เป็น 55 เซนต์ภายใน 1 ปี เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและมีนัยสำคัญคือเด็กมีส่วนสูงเพิ่มขึ้น 10% ภายใน 1 ปี ตรงกันข้ามหากเรามองดูเด็กวัยรุ่นอายุ 17 ปีคนหนึ่งมีส่วนสูงโตจาก 170 เป็น 175 เซนต์ภายใน 1 ปีให้หลังเวลาเรามองเขาไกลๆ อาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงมากนัก จนกว่าเราจะทำการวัดจริง และแม้ว่าวัดมาแล้วเราก็จะเห็นเนื้อหาที่แตกต่างกันเมื่อเทียบกับเด็กคนแรก เพราะเด็กคนนี้แม้จะสูงขึ้น 5 เซนต์เหมือนกันแต่โดยรวมแล้วเขาสูงขึ้นเพียง 3% จากเดิมเท่านั้น ตรรกะจากการมองตัวเลข Growth ในแต่ละปีนั้นไม่สามารถที่จะถึงกับฟันธงได้ชัดเจนว่า เรามีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนหรือแย่ลงอย่างทันตา ดังนั้นแล้วการที่เราจะบอกว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีโดยวัดจากตัวเลข Growth ในแต่ละปีนั้น เราต้องพิจารณาถึงเนื้อหาภายในของการเติบโตและมีการเปรียบเทียบกับตัวเลขที่ผ่านมาด้วยค่ะว่าโดยเฉลี่ยแล้ว Growth ในแต่ละปีนั้นเท่าไรและมีปัจจัยอะไรเป็นตัวขับเคลื่อน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน