
ทองคำปรับขึ้นอีกเซียนชี้ไม่ถึง10%
โพสต์ทูเดย์
— ทองคำยังแรงโอกาสสูงกว่านี้ยังมีอีกแต่ไม่ถึง 10%บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ราคาทองคำโลกยังปรับตัวสูงขึ้นได้อีกท่ามกลางวิกฤตหนี้ยูโรโซน เพราะตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือน พ.ค. ราคาทองคำในตลาดโลกมีแนวโน้มอยู่ในขาขึ้นสามารถไต่ทะลุระดับ 1,200 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้จะปรับฐานลงมาอยู่ในระดับ 1,100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
ทั้งนี้ นับจากต้นปีจนถึงวันที่ 31 พ.ค. ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2552 และหากพิจารณาผลตอบแทนของทองคำในช่วง 23 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่าทองคำให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าสินทรัพย์อื่นๆ เช่น หุ้น พันธบัตร และน้ำมัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ความต้องการลงทุนในทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับสูง หรือมีโอกาสขยับขึ้นได้อีก เพราะความซับซ้อนของปัญหาวิกฤตการคลังในยูโรโซน โดยเฉพาะโปรตุเกส อิตาลี ไอร์แลนด์ กรีซ สเปน ที่ยังยากจะเยียวยา ขณะที่ค่าเงินยูโรและตลาดหุ้นจะยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน
“
ถ้าพิจารณาจากอุปสงค์นั้นจะพบว่ายังมีธนาคารกลางหลายประเทศทั้งอินเดียและจีนซึ่งได้ซื้อทองคำรวมกัน 654 ตัน รวมถึงนักลงทุนสถาบันสนใจจะถือครองทองคำอีกมาก ขณะที่อุปทานในตลาดยังมีอยู่น้อยเนื่องจากปริมาณทองคำที่ผลิตได้จากเหมืองแร่ทั่วโลกมีจำกัดศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า จากปัจจัยต่างๆ ทำให้ราคาทองคำในตลาดโลกยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกในระยะที่เหลือของปี อย่างไรก็ตามราคาทองคำโลกในระยะจากนี้ไปคงจะเผชิญกับโอกาสการปรับฐานและความผันผวนที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้การทำกำไรระยะสั้นของนักลงทุนสถาบัน รายย่อย อาจต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการจับจังหวะเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนการลงทุนในทองคำในระยะที่เหลือของปีนี้อาจจะไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับช่วง 5 เดือนแรกของปีที่สูงถึง 10%
สำหรับราคาทองคำแท่งที่ซื้อขายวันที่ 1 มิ.ย. ปรับขึ้น 100 บาท ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 18,700 บาท ขายออก 18,800 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,434 บาท ขายออกบาทละ 19,200 บาท







