posttoday
ยกนิ้วเครดิตธุรกิจประกันไทย

ยกนิ้วเครดิตธุรกิจประกันไทย

03 มิถุนายน 2553

 

เอสแอนด์พีเชื่อมีเสถียรภาพ

กองทุนแกร่งความต้องการสูง

โพสต์ทูเดย์ — เอสแอนด์พี ดันเครดิตบริษัทประกันชีวิต 4 ชาติในเอเชีย

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ได้ทบทวนแนวโน้มภาคธุรกิจประกันชีวิตในฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และประเทศไทย เป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) จากเดิมแนวโน้มเป็น “ลบ” (Negative) เมื่อช่วงปลายปี 2551 และต้นปี 2552

เอสแอนด์พี ระบุว่า บริษัทประกันได้รับปัจจัยหนุนจากระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่งของบริษัท ความต้องการทำประกันที่มีอยู่มาก สภาพคล่องในตลาด และการที่ผู้บริโภคมีความรับรู้ทางการเงินเพิ่มขึ้น จึงถือเป็นอนาคตที่สดใสของธุรกิจประกันในเอเชียแปซิฟิก

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจประกันในภูมิภาคนี้ยังคงถูกกระทบกระเทือนได้ง่ายจากความผันผวนด้านการลงทุนและเศรษฐกิจโลก

ขณะที่คงแนวโน้มเชิงลบให้กับญี่ปุ่น เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระดับเงินกองทุนของบริษัทประกันและการขยายตัวของธุรกิจในระยะยาว

นอกจากนั้น ยังได้ปรับทบทวนตลาดประกันชีวิตของเกาหลี และให้แนวโน้มมีเสถียรภาพ โดยมีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในระดับปานกลาง

ขณะที่แนวโน้มตลาดประกันชีวิตของจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย และอินเดีย ยังคงมีเสถียรภาพ

นายยูนิซ แทน นักวิเคราะห์ด้านความน่าเชื่อถือของเอสแอนด์พี ระบุในรายงานว่า เชื่อว่าอนาคตตลาดประกันชีวิตของเอเชียแปซิฟิกจะยังคงความดึงดูดนักลงทุน เมื่อพิจารณาจากอัตราความเข้าถึงประกันที่อยู่ในระดับต่ำ และบัญชีความเสี่ยงของอุตสาหกรรมที่ดีขึ้น

พร้อมกับคาดการณ์ว่าผลประกอบการทางการเงินของบริษัทต่างๆ จะยังคงฟื้นตัวในปี 2553 และ 2554 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเติบโตต่อเนื่องของบริษัทประกันในภูมิภาคและการดีดตัวในตลาดทุน

นายโดนอลด์ คาร์ดีน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ประกันชีวิต กล่าวว่า ผลประกอบการงวดไตรมาสแรกของปีนี้เป็นที่น่าพอใจ โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 6,785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,550 ล้านบาท หรือเติบโต 29.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิรวม 555.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.1% ซึ่งทำได้ 5,236 ล้านบาท สินทรัพย์รวมขยับจาก 50,005 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2552 เป็น 55,189 ล้านบาท

ขณะที่สินทรัพย์ลงทุนก็เพิ่มจาก 49,001 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2552 เป็น 53,577 ล้านบาท มีรายได้จากการลงทุนสิทธิ 608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.9 ล้านบาท ขยายตัว 30.95% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้เพียง 372.5 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 8.35 บาท เทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 5.60 บาท ด้านกำไรสะสมก็เพิ่มเป็น 4,375 ล้านบาท จากสิ้นปี 2552 ซึ่งทำได้ 3,819 ล้านบาท

นายคาร์ดีน กล่าวว่า แม้ว่าในภาพรวมภาคธุรกิจต่างๆ รวมทั้งธุรกิจประกันชีวิต ต่างก็เผชิญกับวิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการ ปรับตัวเพื่อรับมือกับภาวะที่ไม่แน่นอน รวมทั้งเศรษฐกิจที่ยังหดตัวอยู่ได้เป็นอย่างดี

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค