
เสนอเลิกอุ้มเบนซิน95
บางจากค้านรื้อโครงสร้างราคาน้ำมันกดเบนซิน 95 ลง เหตุใช้เฉพาะกลุ่ม ควรส่งเสริมแก๊สโซฮอล์ขึ้นภาษีดีเซล
บางจากค้านรื้อโครงสร้างราคาน้ำมันกดเบนซิน 95 ลง เหตุใช้เฉพาะกลุ่ม ควรส่งเสริมแก๊สโซฮอล์ขึ้นภาษีดีเซล
นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม เปิดเผยถึงนโยบายการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันของรัฐบาลว่า การทำให้ราคาเบนซิน 95 ลดลงมากกว่าแก๊สโซฮอล์ ทำให้เกิดคำถามว่าภาครัฐต้องการอะไร เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์ในประเทศทั้งหมดสามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้ ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับการส่งเสริมการใช้เอทานอล แนวทางที่รัฐบาลควรจะดำเนินการคือการยกเลิกน้ำมันเบนซิน 95 มากกว่า และหันมาสนับสนุนแก๊สโซฮอล์ให้มากขึ้น
สำหรับการปรับโครงสร้างราคาดีเซลนั้นยังมีการเก็บภาษีในอัตราที่น้อยมาก แม้ล่าสุดจะทยอยปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันจาก 0.005 สตางค์ เป็น 0.75 สตางค์/ลิตร แต่ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอะไรมาก ปริมาณการใช้ดีเซลยังมีจำนวนมากขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มรถยนต์หรูและรถยนต์ส่วนตัวที่เพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าต้องปรับโครงสร้างภาษีดีเซล รัฐบาลก็หามาตรการมาช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเฉพาะกลุ่มได้
อย่างไรก็ดี นายวิเชียร เห็นว่า การปรับโครงสร้างราคาดีเซลควรปรับให้เหมาะสมและประกาศล่วงหน้าประมาณ 6 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าในการปรับแผนการผลิตได้
สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันของไทยจะลดลงหรือไม่ในระยะสั้นขึ้น อยู่กับคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่าจะเร่งแก้ปัญหาการขาดทุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยการเรียกเก็บเงินเพิ่มขึ้นหรือไม่
นายวิเชียร กล่าวว่า บางจากได้ร่วมกับสภากาชาดไทย เปิดตัวโครงการ “เราคนไทย ใช้บางจาก ช่วยกาชาด 30 ล้าน”ในโอกาสครอบรอบ 30 ปี ของบางจาก ด้วยการเติมน้ำมันและซื้อน้ำมันหล่อลื่นบางจาก ตั้งแต่เดือนก.ย. 2557 ถึงวันที่ 28 ก.พ. 2558 โดยบริษัทบางจากฯ จะแบ่งรายได้จากการจำหน่ายในช่วงดังกล่าว จำนวน 30 ล้านบาท จัดซื้อรถรับบริจาคโลหิตและเครื่องมือทางการแพทย์ รวมทั้งมอบเงินสนับสนุนโครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่ออาคาร “ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ให้แก่สภากาชาดไทย
แพทย์หญิงสร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โลหิตยังขาดแคลนบางช่วงเวลา บางหมู่โลหิต ขณะที่ความต้องการโลหิตของผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ เพิ่มขึ้น 810 % ของทุกปี จึงจำเป็นต้องรณรงค์จัดหาโลหิตให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยตั้งเป้าหมายจัดหาโลหิตให้ได้วันละ 2,000 ยูนิต แบ่งเป็นภายในสถานที่ ต้องได้รับโลหิตจำนวน 800 ยูนิต ส่วนการออกหน่วยเคลื่อนที่ไปรับบริจาคโลหิตที่หน่วยงานต่างๆ วันละ 89 หน่วยงาน ต้องได้รับโลหิตจำนวน 1,200 ยูนิต ซึ่งในการออกหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีรถรับบริจาคโลหิตอย่างเพียงพอ ซึ่งปัจจุบันรถที่ใช้ในการรับบริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานนานกว่า 20 ปี และมีจำนวนไม่เพียงพอ







