
MFCดักเอเชียฟื้น
ลุยทริกเกอร์ผสมหุ้นไทยเป้า10เดือน10%‘ทหารไทยพร็อพเพอร์ตี้’เพิ่มทุน2พันล้าน
ลุยทริกเกอร์ผสมหุ้นไทยเป้า10เดือน10%‘ทหารไทยพร็อพเพอร์ตี้’เพิ่มทุน2พันล้าน
เอ็มเอฟซีจับจังหวะไทยและเอเชียฟื้น ออกทริกเกอร์ฟันด์ หวัง 10% ใน 10 เดือน
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สมาร์ท อินเวสเมนท์ ซีรี่ส์ 5 เอ 1 ลงทุนได้ทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยปรับสัดส่วนลงทุนตามสภาวะตลาดของแต่ละประเทศ แต่จะลงทุนต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน พร้อมตั้งเป้าหมายผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 10% ภายใน 10 เดือน โดยทยอยจ่าย 2 ครั้ง ครั้งละ 5%
“ปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในไทยและเอเชียคือ การคาดการณ์เศรษฐกิจในประเทศจะสามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้นหลังจากมีรัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศและมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ค่อนข้างแข็งแกร่ง และคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังซื้อขายที่ระดับราคาต่อกำไร (พี/อี) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอื่นในภูมิภาค และการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างประเทศอยู่ระดับต่ำจึงมีโอกาสจะเข้ามาลงทุนเพิ่ม” น.ส.ประภา กล่าว
นอกจากนี้ รายได้ของประชากรในเอเชียแปซิฟิกขยายตัวสูง โดยเฉพาะในจีนส่งผลให้มีศักยภาพในการใช้จ่ายที่สูงตามไปด้วย ซึ่งคนจีนใช้บริการท่องเที่ยวมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องมีการขยายตัวสูงขึ้น
ด้าน นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย กล่าวว่า นักลงทุนสนใจลงทุนในกองทุนเปิดทหารไทย พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส จำนวนมาก จึงได้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 2,000 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท พร้อมกับประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดบัญชี 30 มิ.ย.-12 ก.ย. 2557 อัตรา 0.12 บาท/หน่วยลงทุน ซึ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งแรกหลังจากจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กองทุนเปิดทหารไทย พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส เป็นกองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก เน้นลงทุนในหน่วยของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทย กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานไทย กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของไทยและต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ รวมทั้งหุ้นในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
“กองทุนเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะนักลงทุนเชื่อในศักยภาพการเติบโตและความสามารถในการสร้างรายได้ในรูปเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันสินทรัพย์อื่น เช่น หุ้น เมื่อมองมูลค่า เช่น พี/อี ราคาต่อมูลค่าทางบัญชี และผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับราคาที่สูงพอสมควร อสังหาริมทรัพย์จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน” นายสมจินต์ กล่าว







