posttoday
กสิกรฯเดินหน้าปักธงจีนเพิ่ม

กสิกรฯเดินหน้าปักธงจีนเพิ่ม

19 กันยายน 2557

ไม่หวั่นเศรษฐกิจแดนมังกรชะลอตัวรอประเมินผล3สาขาแรกก่อนลุยต่อ

ไม่หวั่นเศรษฐกิจแดนมังกรชะลอตัวรอประเมินผล3สาขาแรกก่อนลุยต่อ

“บัณฑูร” ย้ำนโยบายคุมเศรษฐกิจจีนไม่สะเทือนแผนเป็นธนาคารท้องถิ่น

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยภายหลังงานสัมมนา จีนอาเซียน : เสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ก้าวสู่ความรุ่งเรืองแห่งภูมิภาค ว่า แม้ว่าประเทศจีนจะมียุทธศาสตร์ควบคุมการขยายตัวทางเศรษฐกิจจีน แต่ยุทธศาสตร์ดังกล่าวไม่มีผลต่อแผนการผลักดันให้ธนาคารกสิกรไทย เป็นธนาคารท้องถิ่นในประเทศจีน เพราะถือว่าเป็นคนละส่วนกัน การที่จะเป็นธนาคารท้องถิ่นได้จะต้องมีประวัติที่ดี ซึ่งแบงก์ชาติจีนจะดูจากว่า ธนาคารมีส่วนส่งเสริมธุรกิจจีนให้แข็งแกร่งหรือไม่

นอกจากนี้ แม้ว่าจีนจะมีมาตรการการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่เข้มงวด แต่ไม่ได้มีผลหรือเป็นข้อจำกัดสำหรับธนาคารกสิกรไทยในการเปิดสาขาแห่งที่ 4 ในจีน เพียงแต่ต้องรอการประเมินสาขาที่มีอยู่เดิมว่า ประสบความสำเร็จและให้บริการธุรกิจในจีนได้เต็มศักยภาพหรือไม่ ปัจจุบัน ธนาคารกสิกรไทยมีสาขาที่จีน 3 สาขา คือ ที่เสิ่นเจิ้น เฉิงตู และหลงกัง

สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคาร กสิกรไทย สาขาในประเทศจีน จะเน้นการเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจของจีนเป็นสำคัญ โดยปัจจุบันการปล่อยสินเชื่อในจีนค่อนข้างชะลอตัว แต่ธนาคารก็ไม่ได้ขวางหรือสวนทางเศรษฐกิจจีน เพียงแต่ยังยึดมั่นแนวทางการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ซึ่งเป็นปกติของการทำธุรกิจ

“เศรษฐกิจจีนจะเป็นอย่างไร ไม่เกี่ยวกับแผนการเป็นธนาคารท้องถิ่น แต่ขึ้นอยู่กับว่า เราพิสูจน์ให้ทางการจีนเห็นได้ไหมว่าเราแข็งแกร่งหรือเปล่า เพราะแบงก์ชาติของจีนเขาไม่ได้กลัวการเปิดสาขา แต่กลัวว่าแบงก์ต่างประเทศที่มาเปิดนั้นมีปัญหาใส่เขาหรือเปล่า” นายบัณฑูร กล่าว

นายบัณฑูร กล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจจีนมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค แม้ว่าจีนกำลังมีมาตรการพยุงเศรษฐกิจ แต่เข้าใจว่าเป็นการดูแลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เป็นการกระตุ้นให้เติบโตแรงจนตกเหว

สำหรับมาตรการล่าสุดของธนาคารกลางจีนที่อัดฉีดเงิน 8.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ให้แก่ธนาคารรายใหญ่ของรัฐบาลจีน 5 แห่ง ในรูปการปล่อยกู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ เพื่อรับมือกับภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น นายบัณฑูร เห็นว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อให้สถาบันการเงินเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เนื่องจากปกติสถาบันการเงินไม่ว่าประเทศใดก็มีบทบาทต่อเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ อยู่แล้ว เพราะมีหน้าที่เสริมสภาพคล่องเพื่อสนับสนุนธุรกิจในประเทศ

“เศรษฐกิจทุกประเทศต้องได้รับการสนับสนุนจากแบงก์ทั้งนั้น แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงไม่ใช่การปั๊มเงินเฉยๆ ถ้าอย่างนั้นไม่แก้ปัญหาแถมยังจะมีปัญหาด้วยซ้ำ จะผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโต ต้องคิดใหม่ เปิดตลาดใหม่ ลงทุนใหม่ ภาคการเงินแค่อำนวยความสะดวก” นายบัณฑูร กล่าว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร