posttoday
ธุรกิจเริ่มด้วยใจรัก...จบด้วยความเข้าใจ

ธุรกิจเริ่มด้วยใจรัก...จบด้วยความเข้าใจ

18 กันยายน 2557

การเริ่มต้นธุรกิจอย่างไรให้อยู่รอด อย่างแรกเลยคุณต้องถามตนเองก่อนว่า “คุณรักในธุรกิจนั้นๆ หรือไม่” “คุณกำลังทำในสิ่งที่คุณรักหรือเปล่า” ถ้าคุณตอบว่าใช่ก็ลุยเลยครับ หลายๆ คนตอบผมว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก ทำแล้วมีความสุข ไม่ว่าจะต้องเจออุปสรรคอย่างไรก็จะสู้ ฟังแล้วก็ชื่นใจนะครับ เพราะผู้ประกอบการ SME ในบ้านเรา ถ้าไม่อดทนและอึดถึกอาจจะอยู่ยากสักหน่อย เพราะปัจจัยที่เข้ามากระทบการทำธุรกิจ SME มีมากเหลือเกิน เห็นแล้วก็เหนื่อยแทนทุกท่านครับ

การเริ่มต้นธุรกิจอย่างไรให้อยู่รอด อย่างแรกเลยคุณต้องถามตนเองก่อนว่า “คุณรักในธุรกิจนั้นๆ หรือไม่” “คุณกำลังทำในสิ่งที่คุณรักหรือเปล่า” ถ้าคุณตอบว่าใช่ก็ลุยเลยครับ หลายๆ คนตอบผมว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก ทำแล้วมีความสุข ไม่ว่าจะต้องเจออุปสรรคอย่างไรก็จะสู้ ฟังแล้วก็ชื่นใจนะครับ เพราะผู้ประกอบการ SME ในบ้านเรา ถ้าไม่อดทนและอึดถึกอาจจะอยู่ยากสักหน่อย เพราะปัจจัยที่เข้ามากระทบการทำธุรกิจ SME มีมากเหลือเกิน เห็นแล้วก็เหนื่อยแทนทุกท่านครับ

ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ เรามีความรักเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอนะครับ เพราะการบริหารจัดการธุรกิจต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ หรือบางท่านก็อาศัยเรื่องของฮวงจุ้ยเข้าช่วยก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคนครับ ผู้ประกอบการหลายคนที่ผมเจอต่างเริ่มต้นด้วยความรักในสิ่งๆ นั้น จนก่อเกิดมาเป็นธุรกิจ บางคนรักการขับขี่มอเตอร์ไซด์ จึงหันมาทำธุรกิจเกี่ยวกับมอเตอร์ไซด์เพราะจะได้อยู่ในสิ่งที่รักทั้งวัน บางคนชอบการออกแบบ ก็หันมาทำงานออกแบบเสื้อผ้า บางคนเริ่มต้นจากการหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก ก็จับผลัดจับพลูมาทำธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก แต่คนเหล่านี้ก็ใช่ว่าจะทำธุรกิจอยู่รอดได้เสมอไป เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะเขารู้เพียงแต่ว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก อยากผลิตอยากขายในสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุด โดยยึดตนเองเป็นศูนย์กลางในการผลิตสินค้า บางรายก็อาจจะไปไม่รอดตั้งแต่เริ่มต้น แต่บางรายก็เติบโตได้ดี คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีอีโก้ในตัวเองค่อนข้างสูง กว่าจะรู้ว่าผิดพลาดก็อาจจะสายไป สิ่งที่ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้มักละเลย ก็คือ การเข้าใจในธุรกิจว่าจะตอบโจทย์และเติบในตลาดต่อไปได้อย่างไร โดยผมได้รวบรวมสิ่งที่เขาละเลยที่จะเข้าใจมาดังนี้

1.การรู้ขนาดของตลาด เป็นเรื่องที่มักละเลยครับ เพราะอาจจะลืมนึกไปว่าเราจะโตไปขนาดไหน เพราะทุกวันนี้ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรักก็เพียงพอแล้ว แต่ในการทำธุรกิจในระยะยาว และถ้าเรามีเป้าหมายในการเติบโต การรู้ขนาดของตลาดจะทำให้สามารถวาง Positioning และกลยุทธ์ของเราได้

2.มักสับสนระหว่างความรักกับความจริง เมื่อเริ่มต้นที่จะรัก ก็มักจะพยายามผลักดันสิ่งที่เรารักออกสู่ตลาด โดยไม่สนใจว่าสิ่งๆ นั้นจะเหมาะสมหรือไม่ ตอบโจทย์จุดยืนของเราหรือไม่ ขอให้ได้ทำแล้วมีความสุขก็พอใจแล้ว ซึ่งอาจจะอยู่ยากในโลกของความเป็นจริง

3.ไม่เก็บข้อมูลลูกค้า ยึดความต้องการของตนเอง ซึ่งในปัจจุบันลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลาย และการทำธุรกิจก็มีคู่แข่งจำนวนมาก การลอกเลียนแบบก็รวดเร็ว หากเราละเลยที่จะสนใจในการสำรวจความต้องการของลูกค้า ละเลยที่จะสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า เราก็อาจจะเสียโอกาสให้กับคู่แข่งได้

4.ใช้อารมณ์ในการบริหารงาน ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นทุกคน บางคนรักในสิ่งๆ นั้นมากๆ เมื่อการทำธุรกิจในสิ่งที่เรารักแล้วไม่ได้ดังสิ่งที่เราหวัง ก็จะเกิดอาการล้มเหลวแบบเฉียบพลัน และละทิ้งธุรกิจนั้นไปเลยก็มี

การเริ่มต้นธุรกิจด้วยการทำในสิ่งที่เรารักและเราชอบ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ครับ เพราะอย่างน้อยเราก็มีพลังลึกลับที่จะคอยเป็นแรงผลักดันให้กับเราอยู่ เมื่อเราต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรค แต่ถ้าต้องการเห็นธุรกิจของเราเติบโต ความรู้ในการบริหารจัดการธุรกิจมีความจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ทำความเข้าใจในตลาดที่เราจะอยู่ การรู้ข้อมูลลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเราเพราะเราไม่ได้ทำธุรกิจคนเดียว เรามีคู่แข่งที่พร้อมจะแย่งลูกค้าของเราอยู่ตลอดเวลาครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน