
ซีพีออลล์ไร้ปัญหาหนี้
บิ๊กรับเงินสดลดแต่จ่ายดอกเบี้ยปันผลได้กำลังหาทางลดหุ้นแม็คโครเหลือ60%
บิ๊กรับเงินสดลดแต่จ่ายดอกเบี้ยปันผลได้กำลังหาทางลดหุ้นแม็คโครเหลือ60%
บอสซีพี ออลล์ ระบุฐานะยังแกร่ง หนี้ที่สูงเพราะซื้อแม็คโคร ยันจ่ายดอกเบี้ยเงินปันผลได้ แค่เงินสดลด
นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) เปิดเผยกรณีบลูมเบิร์กระบุว่า บริษัท ซีพี ออลล์ เป็น 1 ใน 100 บริษัทอาเซียนยักษ์ใหญ่เสี่ยงผิดชำระหนี้ ว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดยสัดส่วนหนี้ต่อกำไรดำเนินงานที่พุ่งสูงถึง 10 เท่า เป็นเพราะการเข้าซื้อกิจการบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ยังไม่สามารถรับรู้กำไรเพียงพอที่จะทำให้สัดส่วนหนี้ลดลง แต่ยังสามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ นอกจากนั้นยังมีความสามารถจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นได้เท่าเดิมปีละ 90 สตางค์/หุ้น
นอกจากนั้น การเข้าซื้อกิจการ MAKRO ทำให้ราคาหุ้น CPALL ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากจาก 32 บาท ขึ้นมาเป็นราคาปิดวันที่ 17 ก.ย. ที่ 44.75 บาท เช่นเดียวกับราคาหุ้น MAKRO ที่ปรับตัวขึ้นเช่นเดียวกันและมาปิดที่ 40 บาท
ทั้งนี้ CPALL เพิ่งออกหุ้นกู้ 4 หมื่นล้านบาท อายุ 3 ปี 5 ปี 7 ปี และ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.71% 4.25% 4.75% และ 5.05% ต่อปี คาดว่าจะนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้ระยะยาว ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงและลดความเสี่ยงจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น
นายก่อศักดิ์ กล่าวว่า ภายหลังรวมกิจการกับ CPALL ทำให้ MAKRO รุกขยายสาขาเพิ่มขึ้นจากปกติปีละ 3 สาขา เป็น 67 สาขา เมื่อปี 2556 มีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ช่วยสร้างคน ฝึกคน ทำให้การขยายงานเป็นไปอย่างราบรื่น
นายก่อศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังศึกษาที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้น MAKRO จาก 97% เหลือ 60% เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับหุ้นที่หมุนเวียนในกระดานหุ้น
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี คงคำแนะนำซื้อหุ้น CPALL แม้ปรับลดมูลค่าพื้นฐานปี 2557 ลง 6% เป็น 48.50 บาท บนกำไรจากการดำเนินงานปี 2558 ที่คาดว่าจะเติบโต 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ เร่งตัวเมื่อเทียบกับปี 2557 ที่คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานขยายตัวเพียง 3% เป็น 1.14 หมื่นล้านบาท จากการขยายตัวของ MAKRO ที่เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต และธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่คาดว่าจะฟื้นตัวตามแนวโน้มการบริโภคและการดำเนินกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขายสาขาเดิม
สำหรับระยะสั้น คาดผลประกอบการผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2 และการฟื้นตัวจะชัดเจนในไตรมาส 4 ปี 2557 ซึ่งเป็นฤดูกาลขาย ราคาหุ้นซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มปี 2558 จึงเหมาะกับการทยอยเข้าลงทุนบนความคาดหวังต่อการเติบโตของกำไรในระยะยาว
ด้านค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเข้าซื้อ MAKRO ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 1.3 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4.8% คงเหลือเงินกู้ระยะยาว 5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยลอยตัวเฉลี่ยราว 5.5% นอกจากจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินแล้ว ยังจำกัดความเสี่ยงต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเช่นกัน ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปทุกๆ 0.10% จะส่งผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงาน 1%
อย่างไรก็ดี การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง 10% ในปี 2557 เป็น 1.16 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่ชะลอตัวในครึ่งปีแรก โดยปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมปี 2557 เป็น 2% จาก 4% และปรับเพิ่มอัตรา SG&A ต่อยอดขายอีก 0.8% ทำให้กำไรจากการดำเนินงานขยายตัวเพียง 3% ส่วนปี 2558 ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง 6% แม้ปรับเพิ่มประมาณการยอดขายสะท้อนจำนวนสาขา MAKRO เร่งตัว แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสาขาและค่าใช้จ่ายเตรียมเปิดสาขาใหม่จะสูงขึ้นตาม







