posttoday
ล็อกซ์เลย์มุ่งคว้า 2 หมื่นล้านขยายเทรนดิ้งรอบด้สน

ล็อกซ์เลย์มุ่งคว้า 2 หมื่นล้านขยายเทรนดิ้งรอบด้สน

18 กันยายน 2557

หลังจากรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

หลังจากรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาประเทศ ส่งผลถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ ถือเป็นโอกาสสำคัญของบริษัท ล็อกซเล่ย์ ที่จะเข้าร่วมประมูลเพื่อช่วงชิงเม็ดเงินกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท

สุรพันธ์ ภาษิตนิรันดร์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันล็อกซเลย์มีงานแบ็กล็อกหรืองานที่อยู่ในมือและรอการรับรู้รายได้จากโครงการภาครัฐเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานและเทเลคอม

ทั้งนี้ จากนโยบายของรัฐบาลที่เร่งการจับจ่ายและดำเนินโครงการที่จำเป็นสำหรับประเทศ จะก่อให้เกิดการประมูลงานใหญ่อีกกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีโครงการที่ล็อกซเล่ย์มั่นใจว่าจะได้ถึง 80% จากมูลค่า 2.17 หมื่นล้านบาท อาทิ โครงการไอซีทีและเทเลคอม 4,000 ล้านบาท ทีวีดิจิทัลและอุปกรณ์ 7,200 ล้านบาท การลงทุนด้านไอที 9,700 ล้านบาท เป็นต้น

“จาก 4 กลุ่มธุรกิจของล็อกซเล่ย์ที่ปีนี้ตั้งเป้า 1.8 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 65% ยังมาจากโครงการภาครัฐ และเป็นสิ่งที่บริษัทมีความชำนาญเพราะอยู่ในธุรกิจนี้มานานและมีลูกค้าหลักที่มั่นคง เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กสท โทรคมนาคม และยังมีโอกาสจากการสร้างรถไฟฟ้าสีต่างๆ โครงการน้ำที่ชะลอออกไป ฯลฯ”

นอกจากสรัางรายได้หลักจากโครงการภาครัฐแล้ว อีกธุรกิจที่ล็อกซเล่ย์ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ ธุรกิจเทรดดิ้งที่สร้างสัดส่วนรายได้ 27% จากรายได้รวม ส่วนที่เหลืออีก 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจร่วมทุนและธุรกิจบริการก็จะถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและมีแผนขยายงานอีกมาก

เมื่อโฟกัสธุรกิจเทรดดิ้งที่แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ เคมีภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจการค้าต่างประเทศ ธุรกิจก่อสร้าง และธุรกิจด้านยานยนต์แล้ว ทุกกลุ่มต่างมีแผนขยายธุรกิจอีกมาก โดยเฉพาะ 4 กลุ่มหลัง โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ทั้งกลุ่ม 4,300 ล้านบาท

สำหรับปีนี้ในกลุ่มเทรดดิ้งจะมีการขยายธุรกิจที่น่าจับตาหลายด้าน เริ่มจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ที่วางวิสัยทัศน์มุ่งสู่ความครบวงจรทั้งการผลิต จัดจำหน่ายและช่องทางจำหน่าย จากปัจจุบันที่เป็นตัวแทนจำหน่ายและผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง โดยอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมทุนกับโรงงานผลิตสินค้า 2-3 ราย เพื่อสร้างฐานผลิต รวมทั้งขยายธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือที่มี 5 แบรนด์ 6 สาขา ในรูปแบบแฟรนไชส์ ร้านคีออสก์และสู่ธุรกิจแคเทอริ่งที่จะเปิดอย่างเป็นทางการภายในเดือน ก.ย.นี้

กลุ่มสินค้าด้านยานยนต์ก็มีความเคลื่อนไหวสำคัญ คือ การร่วมทุนกับ คาร์ คอนวีนี่ (Car Conveni) จากญี่ปุ่น ตั้งบริษัทใหม่ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจศูนย์บริการซ่อมรถด่วนโดยจะเซ็นสัญญาภายในเดือน ก.ย.นี้ จากนั้นจะเปิด 5 สาขา จากนั้นจะขายแฟรนไชส์ คาด 5 ปีตั้งเป้า 200-300 ราย ใช้เงินลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท พาสโซ ในกลุ่มยานยนต์ที่จับมือกับบริษัท ปตท. ป้อนสินค้าอะไหล่และเครื่องมือช่างเข้าไปจำหน่ายในศูนย์บริการของ ปตท.และปั๊มพีที รวมทั้งเจรจากับรายอื่นๆ อาทิ เชลล์ และซัสโก้ เป็นต้น นอกเหนือจากเดิมที่จำหน่ายสินค้าเข้าอู่รถ 3,000-4,000 แห่งทั่วประเทศอยู่แล้ว

นอกจากการทำตลาดในประเทศแล้ว ล็อกซเล่ย์ยังมองโอกาสจากการเปิดเสรีทางการค้า โดยมุ่งนำสินค้าเข้าไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มซีแอลเอ็มวีและจีน รวมทั้งเตรียมเปิดตลาดในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ด้วย ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ตลาดต่างประเทศจาก 200 ล้านบาท เป็น 600 ล้านบาทใน 3 ปี และเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาทใน 5 ปีจากนี้

จากแผนงานทั้งหมดนี้ เชื่อว่าจะทำให้กลุ่มเทรดดิ้งสามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 15% ต่อเนื่อง และทำรายได้แตะ 5,000 ล้านบาทใน 3 ปีจากนี้คงไม่ไกลเกินเอื้อม

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?